ตลาดหลักทรัพย์ฯปักธงสู่ความยั่งยืน ภากร ปีตธวัชชัย เปิดแผนสยายปีก ภาคลงทุนไทย

5.02.24 | 12:30 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯปักธงสู่ความยั่งยืน ภากร ปีตธวัชชัย เปิดแผนสยายปีก ภาคลงทุนไทย

ปี 2567 ถือเป็นปีมังกรทองลุยไฟสำหรับนักลงทุนทางการเงิน ด้วยทุกเสียงสะท้อนความวิตก ทั้งจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่สดใสมากนัก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้รัดกุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตเกิดต้องสะดุดขึ้นมา ท่ามกลางภาวะวิกฤตที่ยังมีผลกระทบลากยาวตั้งแต่โควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การบริหารการเงินก็ยังเป็นเรื่องสำคัญของประชาชนและนักธุรกิจ เพื่อความอยู่ได้ในปัจจุบันและอนาคต!!

หน่วยงานหนึ่งที่มีพันธกิจและจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนการลงทุนและการออมในระยะยาวหลักๆ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่เดินหน้ากระตุ้นให้เกิดการเก็บออมผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงปี 2566 เกิดหลายปัจจัยที่ส่งผลสั่นคลอนความเชื่อมั่นอยู่บ้าง แต่ก็สามารถผ่านมาได้ และสถานการณ์ในปี 2567 เป็นอย่างไร

Advertisement

เพื่อให้กระจ่างในเรื่องนี้ ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เล่าว่า ท่ามกลางความท้าทายและสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะการกำกับดูแลให้ตลาดทุนมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยเพิ่มการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มเข้าจดทะเบียน การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนไปจนถึงการเพิกถอน โดยทำงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในตลาดทุน พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขัน สร้างความน่าสนใจในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งการระดมทุนและการลงทุน สร้างโอกาสแก่ผู้ร่วมตลาดทุน รวมทั้งขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อเป้าหมายความยั่งยืนของประเทศ พร้อมก้าวสู่ปีที่ 50 พัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนภายใต้วิสัยทัศน์ To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone ผ่านแผนกลยุทธ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2567-2569 สร้างตลาดทุนที่มีคุณภาพ สู่การเติบโตอย่าง ยั่งยืนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุน

2.เสริมศักยภาพการแข่งขัน

3.สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

ด้านแรก คือ การยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุนนั้นจะเสริมสร้างคุณภาพและเครื่องมือในการปกป้องผู้ลงทุน โดยพัฒนาเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์และติดตามคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนและการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยการจัดทำระบบ Financial Data Health Check และ Surveillance Prevention and Analytics (SPA) รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตร เช่น สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลตราสารหนี้ของบริษัทจดทะเบียน และนำมาใช้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วขึ้น ปกป้องและสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน โดยการนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้ในการตรวจจับข่าวปลอมหลอกลงทุนที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล เพื่อเตือนผู้ลงทุนผ่านทางช่องทางต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และรายงานไปยัง Anti-Fake News Center ในการดำเนินการเตือนสาธารณชนต่อไป นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบที่จะแจ้งไปยังผู้ประกอบการสื่อออนไลน์ในการนำข่าวปลอมออกและปิดเพจปลอม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนที่มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2567

ด้านที่สอง คือ การเสริมศักยภาพการแข่งขัน จะเพิ่มความน่าสนใจดึงดูดการลงทุน แบ่งเป็น ฝั่งซัพพลายไซด์ จะสนับสนุนบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ และอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร พร้อมนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทั้งบริษัทที่จะระดมทุนและบริษัทจดทะเบียน เช่น One Report และ Digital IPO System และสนับสนุนการทำงานของบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนา LiVE Platform ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือสตาร์ตอัพสามารถเข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย
และเข้าใช้งานง่าย และยังมีแผนเพิ่มความน่าสนใจของบริษัทจดทะเบียนเพื่อดึงดูดผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศผ่านการทำโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ

อีกฝั่งที่เสริมศักยภาพการแข่งขัน คือ ดีมานด์ไซด์ จะเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้เหมาะสมกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่ม โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้ลงทุนรุ่นใหม่ อาทิ Small Size Thai Share รวมถึงสภาวะตลาดเพื่อประโยชน์ในการบริหารความเสี่ยง อาทิ Inverse ETF เตรียมพร้อมขยายระยะเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์ ปรับปรุงการพัฒนาดัชนีใหม่ๆ การทำให้การเข้าถึงตลาดทุนเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการเปิดบัญชีซื้อขายที่สะดวกรวดเร็ว และพัฒนาช่องทางที่เข้าถึงการลงทุนที่ง่ายขึ้นและรองรับการซื้อขายสินทรัพย์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ จะมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นให้แก่ผู้ลงทุนและประชาชนในวงกว้างผ่านโครงการต่างๆ พร้อมให้ความรู้เชิงลึกเพื่อเพิ่มทักษะแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน โดยจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามมาตรฐานโลก เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของผู้ร่วมตลาด ขยายความร่วมมือในรูปแบบพันธมิตรทั้ง
IT Service และ Data Solution ด้วย

ด้านสุดท้าย คือ การสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน แบ่งเป็น ประเด็นสิ่งแวดล้อม มุ่งให้ความรู้แก่บริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ SET ESG Academy และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ESG ผ่านโครงการ Climate Care Collaboration Platform และ SET Carbon ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดจาก ESG Data Platform นอกจากนี้ จะร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการยกระดับ SET ESG Assessment สู่มาตรฐานระดับโลก ประเด็นสังคม มุ่งเน้นพัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจครอบครัว และธุรกิจเพื่อสังคม โดยเชื่อมโยงธุรกิจครอบครัวสู่ LiVE Platform ให้มากขึ้น รวมถึงการเผยแพร่ความรู้ด้านการลงทุนให้กับกลุ่ม Multi-jobber & Freelance ประเด็นบรรษัท
ภิบาล เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนและการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และสนับสนุนให้มีกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุน

ปี 2566 ตลาดหลักทรัพย์ฯต้องเผชิญมรสุมมากมาย ทั้งปัจจัยกดดันจากต่างประเทศและปัจจัยลบเฉพาะตัว อย่างความเชื่อมั่นที่หดหายไป หลังจากมีหุ้นไทยหลายรายการประสบภาวะราคารูดร่วงไม่หยุด ทำให้ดัชนีในภาพรวมปรับลดลงจากระดับ 1,600 จุดกว่า เหลือเคลื่อนไหวในระดับ 1,300-1,400 จุดเท่านั้น

กระนั้นตลาดหุ้นไทยก็ยังมีพัฒนาการที่สำคัญตามแผนงานปี 2566 ได้ ตั้งแต่การสร้างโอกาสการระดมทุนและลงทุน หลังจากที่การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) มีมูลค่าระดมทุน 38,260 ล้านบาท สูงสุดอันดับ 7 ในเอเชีย โดยมี 12 บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นนิวอีโคโนมี ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯมีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 โดยในปี 2566 มีมูลค่าการซื้อขายหุ้นเฉลี่ย 53,331 ล้านบาทต่อวัน TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 534,898 สัญญา เพิ่ม 11 สินค้าที่อ้างอิงหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ ฮ่องกง ยุโรป อเมริกา (รวม 23 หลักทรัพย์) SMEs/Startups กว่า 3,000 รายเข้าร่วม LiVE Platform และมี 4 บริษัทจดทะเบียนใน LiVEx ผลักดันจัดตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ที่ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

พร้อมทั้งกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯมีเป้าหมายมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการด้าน ESG ภายในองค์กรอย่างเข้มข้น อาทิ การต่อยอดโครงการ SET’s Journey Towards Net Zero เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero Organization การพัฒนาองค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพ

“เพื่อเดินหน้าตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน รวมถึงวิสัยทัศน์ คือ พัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกคน โดยตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในองค์รวม เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ตลาดทุนให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างมีคุณภาพของธุรกิจจะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศ และผลจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชาติ”

เมื่อเร็วๆ นี้ตลาดหลักทรัพย์ฯจัดโครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ ที่อยู่คู่ทะเลไทยมากว่า 100 ปี มีการดำเนินชีวิตแบบพึ่งพาธรรมชาติอย่างท้องทะเล จับปลาทะเลเพื่อยังชีพ มีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือ และดูทิศทางโดยอาศัยดวงดาวได้ ซึ่งชาวมอแกนจะมีภาษาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองด้วย โดยทำกิจกรรมเก็บขยะบนเกาะ ที่ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ชิ้นส่วนพลาสติกจากบนแผ่นดินใหญ่ทิ้งลงทะเลและกลายเป็นขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติด้วย เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำจิตสำนึกส่งต่อไปในวงกว้างถึงความกังวลต่อภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งเราทุกคนต้องช่วยกันรับมือ

จากนั้นออกเดินทางสู่ชุมชนบ้านท่าดินแดง ซึ่งเป็นชุมชนที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ และการทำกับดักปู ถือเป็นชุมชนที่เข้มแข็งในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งทำงานอย่างแข็งขันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เนื่องจากบ้านท่าดินแดง ถูกขนาบด้วยคลองทั้งสองด้านที่คดเคี้ยวและกำลังจะเปิดออกสู่ทะเลอันดามัน จึงมีความหลากหลายของระบบนิเวศทั้งป่าชายเลนตลอดแนวคลองท่าดินแดง และป่าชายหาดที่อยู่ตลอดแนวชายหาดท้ายเหมือง

ความสมบูรณ์ของป่าชายเลนจะได้พบกับความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ไม่ว่าจะเป็นปลาตีน ปูก้ามดาบ ปูแสม ลิงแสม นกหลากสายพันธุ์ และพรรณไม้ป่าชายเลนหลายชนิด อาทิ ฝาดดอกแดง โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ปอทะเล รักทะเล หูกวาง ผักบุ้งทะเล สนทะเล รวมถึงยังสามารถชมความงามของพระอาทิตย์ยามอัสดงได้อีกด้วย

โดยได้ทำกิจกรรมปลูกป่าโกงกาง เรียนรู้วิถีธรรมชาติระบบนิเวศป่าโกงกาง รวมถึงการชมป่าชายเลนที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเรือชาวบ้านที่มีบริการไว้ให้ พาพายเรือชมความงดงามตามธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์ของป่าผืนใหญ่ได้ หลบเลี่ยงจากทิวทัศน์ป่าคอนกรีตในเมืองออกมา

จึงเห็นได้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯมีบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากที่เป็นบริษัทเพื่อความยั่งยืน ตอกย้ำการลงทุนในระยะยาว สานต่อพันธกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

วิณัฐฏาภรณ์ ศิริโสม