ทอท. เผยยอดผู้โดยสารตรุษจีนพุ่ง 206% ยอดใช้อาคารใหม่ ขยับขึ้นวันละ 50 เที่ยว
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้นั้นคึกคัก มีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการสุวรรณภูมิมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 206% แสดงให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ ของเรา ทั้งการเปิดประเทศ ฟรีวีซ่าระหว่างจีน อินเดีย คาซัคสถาน ทำให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ทั้งยังเป็นเพราะตรุษจีนปีก่อน ประเทศจีนเองยังไม่ได้เปิดอย่างเต็มที่ เมื่อเริ่มเปิดประเทศตั้งแต่ตอนกลางปีที่ผ่านมา ก็ให้ความสนใจไทย มาเลเซีย สิงคโปร์มากขึ้น
นายกีรติกล่าวต่อว่า AOT อยากจะประชาสัมพันธ์เครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Self Check-in Kiosk) และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Self Bag drop) เป็นสิ่งที่ลดเวลารอและต่อแถวคอย ซึ่งสามารถเช็กอินได้ล่วงหน้า 6 ชั่วโมง และลดระยะเวลาการเช็กอินจาก 30-40 นาทีเหลือเพียงไม่เกิน 5 นาที ปัจจุบันมีสายการบินมาร่วมใช้เครื่องเช็กอินแล้ว 24 สายการบิน ให้บริการ 200 จุดทั่วสนามบิน และจะเพิ่มเป็น 300 จุด หากได้รับผลตอบรับจากสนามบินมาร่วมใช้เพิ่ม ทั้งนี้ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้โดยสารที่ใช้เครื่องดังกล่าวอยู่ 17% ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ที่ 50%

นายกีรติกล่าวต่อว่า สำหรับอาคารแซทเทิลไลต์วัน นั้น ได้เปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อกันยายน 2566 มีนักท่องเที่ยวสนใจมากขึ้น จากเดิม 20 เที่ยวบินต่อวัน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 50 เที่ยวบิน และจะเพิ่มเป็น 400 เที่ยวบิน ปัจจุบันมีสายการบินใช้บริการที่ SAT 1 แล้ว 18 สายการบิน สามารถเพิ่มหลุมจอดได้ 28 หลุมจอด จากเดิม 51 หลุมจอด หรือเพิ่มขึ้น 60% ซึ่งตามเป้าประสงค์ของเรา อยากจะยกเลิกการใช้รถบัสเกต ในเที่ยวบินระหว่างประเทศให้ได้
ขณะที่นโยบายการเป็นฮับของการบินของรัฐบาลนั้น นายกีรติกล่าวว่า ทาง AOT ขานรับและพร้อมอยู่แล้ว หลังจากตลาดการบินกลับมาคึกคักมากขึ้น เพื่อให้แข่งขันได้กับสิงคโปร์และฮ่องกง เราต้องดีกว่าทั้งบริการ และค่าบริการทั้ง ค่าแลนดิ้ง พาร์คกิ้ง เพื่อที่จะดึงดูดให้สายการบินต่างๆ หันมาใช้

