นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ (Dow Jones Index )ที่พุ่งทะลุ 20000 จุด ขึ้นไปแล้ว ซึ่งมีเหตุผลที่ไปเกี่ยวกับความเชื่อของนักลงทุนว่า การที่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี จะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตัวอื่นๆ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี และผลประกอบการไตรมาส 4 เป็นตัวแปรสำคัญของตลาด แต่ค่าเงินดอลล่าร์ กลับอ่อนค่า (Dollar Index ลดลง 0.35%) เพราะนโยบายการค้าของทรัมป์ ที่กดดันค่าเงิน แต่ดอลล่าร์ที่อ่อนค่า จะเป็นผลบวกต่อสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มที่เป็นวัตถุดิบ
คือ โลหะ
ด้านราคาน้ำมันนั้น ความกังวลต่อซับพลายที่อาจเพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ แต่ด้วยผลบวกจากการลดกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปค และการอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์ ทำให้ยังคาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI จะเดินหน้าขึ้นสู่ 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเร็วๆนี้ ขณะที่ความต้องการของวัตถุดิบอุตสาหกรรมที่น่าจะโตตามเศรษฐกิจโลก เป็นบวกต่อกลุ่มปิโตรเคมี จาก spread ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
ดังนั้น ตลาดหุ้นไทยวันนี้จะได้ผลบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯเข้ามา แรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีหุ้นไทยยังอยู่ในโซนพักตัว 1580-1590 อยู่ หากทะลุจากกรอบไปได้ เป้าต่อไปคือ 1,600 จุด
”นโยบายของนาย Trump ยังคงมีน้ำหนักในทางที่เป็นบวกต่อตลาด เพียงแต่อาจมีผลต่อหุ้นที่อิงรายได้จากการส่งออกที่ยังรอดูทิศทาง เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลทางตรง กลยุทธ์การลงทุน ยังเป็นการเลือกลงทุนรายตัว เราให้ความสนใจกับกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศ และกลุ่มที่ยังปรับขึ้นไม่มากนักและอิงเศรษฐกิจ อย่างเช่น กลุ่มธนาคาร ที่อยู่อาศัย และกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์ สำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิเช่น BBL , INTUCH , PSH , SAWAD , SCN”นายมงคลกล่าว

