ไทย-เวียดนาม ชิงอันดับสองส่งออกข้าวโลก ผู้ส่งออกยก 3 ปัจจัยกดดันปริมาณปี 67เหลือ 7.5 ล้านตัน จี้ลดความผันผวนค่าบาท ข้าวไทยแพงดับฝันจีทูจี
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวไทยในปี 2567 คาดว่ามีปริมาณลดลงเหลือ 7.5 ล้านตัน ติดลบ 13.8% มีมูลค่าประมาณ 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 1.5 แสนล้านบาท จากปี 2566 ส่งออกปริมาณ 8.76 ล้านตัน เพิ่มจากปีก่อน 13.7% มูลค่า 5,144 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 29.3% คิดเป็นเงินบาท 1.78 แสนล้านบาท เพิ่ม 28.4% ซึ่งไทยส่งออกเป็นอันดับสองของโลก รองจากอินเดีย ส่งออกปริมาณ 17.5 ล้านตัน
ส่วนเวียดนามเป็นอันดับสามส่งออกได้ 8.1 ล้านตัน ทั้งนี้ โดยภาพรวมตลาดข้าวโลกปี 2567 ไทยจะแข่งขันได้ยากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันราคาข้าวไทยสูงกว่าเวียดนามถึงตันละ 30 เหรียญสหรัฐ และคาดผลผลิตข้าวสารเวียดนามปีนี้อยู่ที่ 27 ล้านตัน เพิ่ม 0.2% แต่ไทยมี 20 ล้านตัน หรือลดลง 4.4% ทำให้เวียดนามได้เปรียบไทยทั้งเรื่องราคาต่ำกว่าและปริมาณส่งออกได้มาก ขณะที่ประเทศผู้ผลิตข้าวอีกหลายประเทศผลผลิตมากขึ้น อย่างเมียนมา เพิ่ม 1.3% ปากีสถานเพิ่ม 63.6% และเวียดนามก็รับข้าวเปลือกเจ้าจากประเทศเพื่อนบ้านไปสีแปรและส่งออกด้วย
“สัญญาณส่งออกข้าวไทยปีนี้ได้มากขึ้นไม่ใช่เรื่องง่าย สะท้อนจากอินโดนีเซียเปิดประมูลนำเข้า 5 แสนตัน เวียดนามเสนอราคา 655 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากต้นทุนต่างๆ ไทยต้องเสนอราคา 690 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้เวียดนามขายได้ 4 แสนตัน ที่เหลือเป็นของปากีสถานและเมียนมา ไทยไม่ได้เลย แม้รัฐบาลจะมีนโยบายเจรจาขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในภาวะที่ราคาข้าวไทยสูงกว่ามาก รวมถึงขั้นตอนและใช้เวลาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ มักใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน
จึงมองว่าจีทูจีเกิดยาก ที่จะเจรจาก็เป็นเรื่องการเมืองรัฐต่อรัฐ แต่ในความเป็นจริงทำได้ไม่ง่าย จากทั้งราคาข้าวไทยแข่งขันได้ยาก ผลผลิตและสต๊อกข้าวโลกก็เพียงพอ จึงมองว่าเป้าส่งออกปีนี้น่าจะเหลือเพียง 7.5 ล้านตัน ซึ่งก็ต้องลุ้นว่าประเทศส่งออกข้าวโลกอันดับสองปีนี้จะเป็นไทยหรือเวียดนาม เพราะตั้งเป้าส่งออกทั้งปีเท่ากันที่ 7.5 ล้านตัน ซึ่งไตรมาสแรกเราไม่น่าห่วงเพราะยังมีข้าวคงค้างส่งมอบจากปีก่อน น่าจะเฉลี่ยได้7-8 แสนตัน ต้องลุ้นไตรมาส 2 เป็นต้นไป เพราะเริ่มเห็นทิศทางคำสั่งซื้อใหม่ว่ามีแค่ไหน” นายชูเกียรติกล่าว
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปัจจัยมีผลต่อการส่งออกข้าวไทยปีนี้ คือ ปัจจัย 1.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ด้วยค่าเงินบาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าเร็วและช่องห่างมากเกินไป อยากให้รัฐบาลดูแลให้ค่าบาทเสถียรภาพ และภายใน 1 เดือนควรดูแลไม่ให้ผันผวนเกิน 1% โดยค่าบาทระดับ 34-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐรับได้ กรณีดอกเบี้ยถ้าลดได้ก็เป็นการประหยัดต้นทุน ก็มองว่าน่าจะลดเหลือ 2% ปัจจัย 2.ได้เสนอมาตลอดในการพันฒนาและเพิ่มพันธ์ข้าวที่ตลาดโลกต้อง
อย่างข้าวหอมและข้าวพื้นนุ่ม ใช้เวลาเก็บเกี่ยวภายใน 90 วัน แทน 120 วันอย่างวันนี้ ดูจากตลาดหอมมะลิที่ต้องการปีละ 5 ล้านตัน ในส่วนนี้เป็นเวียดนามถึง 3 ล้านตันแล้ว และควรใช้งบประมาณแทรกแซงราคา โยกเป็นการเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อเพาะปลูก ไม่ใช่ต้องอาศัยน้ำฝนในการปลูกถึง 80% เหมือนอย่างวันนี้ ปัจจัย 3.ปัญหาความขัดแย้งและสงครามที่ยือเยื้อ ส่งผลต่อค่าขนส่งทางเรือปรับตัวสูงขึ้นมาก และจากการโจมตีในทะเลแดงค่าขนส่งเพิ่ม 4 เท่าแล้ว เช่น ส่งไปสหรัฐจาก 1,200 เหรียญสหรัฐ เป็น 4000 เหรียญแล้ว หรือปรับขึ้นทุกสัปดาห์ละ 300-600 เหรียญ เรื่องต้องยอมรับกระทบไปทั่วโลก และจะแก้ไขอะไรได้ยาก ดังนั้น 2 เรื่องปัจจัยแรกเป็นเรื่องภายในประเทศที่รัฐบาลสามารถเข้ามาดูแลได้เลย

