ธ.ก.ส.เตรียมโรดโชว์ โครงการรับซื้อคาร์บอน 6,814 ชุมชนทั่วประเทศ

ธ.ก.ส.เตรียมโรดโชว์ โครงการรับซื้อคาร์บอน ไตรมาส 2/67กับ 6,814 ชุมชนทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานเปิดโครงการ BAAC Carbon Credit และการซื้อ – ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย จากชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านท่าลี่และบ้านแดง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 400 ตันคาร์บอน โดย ธ.ก.ส. รับซื้อในราคากึ่ง CSR ตันละ 3,000 บาท คิดเป็นเงินรวม 1.2 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์เป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ในปี ค.ศ. 2065

โดยนายฉัตรชัย เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกป่าตามแนวพระราชดำริภายใต้โครงการธนาคารต้นไม้ จนปัจจุบันมีชุมชนธนาคารต้นไม้ 6,814 ชุมชน มีสมาชิก 124,071 คน มีต้นไม้ขึ้นทะเบียนในโครงการกว่า 12.4 ล้านต้น มูลค่าต้นไม้กว่า 43,000 ล้านบาท และการยกระดับไปสู่ชุมชนไม้มีค่า มีการนำต้นไม้ที่ปลูกมาแปลงเป็นสินทรัพย์ เพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินและนำมาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส. สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากต้นไม้/ป่าไม้ ปีละ 116 ล้านบาท

Advertisement

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับชุมชนที่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ธ.ก.ส. จึงได้ร่วมกับชุมชนธนาคารต้นไม้ดำเนินโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อเดินหน้าแนวทางการส่งเสริมการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตในประเทศ โดยนำร่องโครงการธนาคารต้นไม้บ้านท่าลี่และธนาคารต้นไม้บ้านแดง จังหวัดขอนแก่น จำนวนคาร์บอนเครดิต 400 ตันคาร์บอน โดย ธ.ก.ส. ซื้อ-ขายกึ่ง CSR ในราคาตันละ 3,000 บาท คิดเป็นเงินรวม 1,200,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกษตรกรในชุมชนจะมีรายได้ 842,100 บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวนอกจากช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ผู้ปลูกต้นไม้แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่จะมาดูดซับปริมาณคาร์บอน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและบรรเทาผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน และผลักดันให้ประเทศไทย สามารถบรรลุข้อตกลงความเป็นกลางทางคาร์บอนตามเป้าหมายที่วางไว้

นายฉัตรชัย และในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 นี้ ธ.ก.ส. ก็มีแผนที่จะโรดโชว์นำโครงการ BAAC Carbon Credit นี้นำเสนอเชิญชวนให้ทั้งกลุ่มธนาคารรัฐ-เอกชน บริษัทเอกชน ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศและไม่จดทะเบียน มาซื้อขายคาร์บอนเครดิต กับชุมชนธนาคารต้นไม้ทั้ง 6,814 ชุมชน ซึ่งปัจจุบัน มีต้นไม้ขึ้นทะเบียนในโครงการกว่า 12.4 ล้านต้น ที่ ธ.ก.ส. ดูแลอยู่ ซึ่งก็เชื่อว่าการที่ ธกส. มีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจริงในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นตัวอย่างให้องค์กรใหญ่ๆ เห็นทิศทางการบริหารจัดการคาร์บอนมากกว่าแค่การจัดการบริหารลดการใช้พลังงานในองค์กร และเชื่อว่าราคาที่ ธ.ก.ส. ซื้อขายในครั้งนี้ จะเป็นพื้นฐานให้องค์กรต่างๆ ซื้อขายคาร์บอนเครดิตไม่ลดต่ำไปกว่านี้

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในอนาคตหากมีองค์กรใดสนใจจะทำการซื้อคาร์เครดิต กับชุมชนธนาคารต้นไม้ที่ ธ.ก.ส. ดูแล โดยทาง ธ.ก.ส. ก็พอเป็นตัวกลางช่วยอำนวยความสะดวกให้ และในอนาคตหากมีองค์กรอื่นๆ เข้ามาดำเนินโครงการในลักษณะนี้ ทาง ธ.ก.ส. ก็มีความยินดี เพราะมองว่า ยิ่งมีโครงการแบบนี้เยอะเท่าไหร่ เม็ดเงินที่ได้ก็ยิ่งกระจายลงไปที่เกษตรกรเร็วขึ้น

สำหรับโครงการ BAAC Carbon Credit เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกที่ตั้งไว้ ซึ่งนอกจากหน่วยงานจะได้รับประโยชน์ในด้านธุรกิจ ที่มีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนและให้กำลังใจชุมชนในการดูแลและปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียวที่ได้รับการปกป้องโดยคนในชุมชน สะท้อนถึงความเข้มแข็งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลกอีกด้วย และสำหรับหน่วยงานที่สนใจในการซื้อ – ขายคาร์บอนเครดิต และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งให้กับชุมชน อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชุมชน ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ 2346 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 02-555-0555

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image