ทอท.เร่งเพิ่มคน ช่องอัตโนมัติ แก้แออัด ‘สุวรรณภูมิ’ ทุ่มหมื่นล้านขยายเทอร์มินัลฝั่งตะวันออก
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ทอท.ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อแก้ปัญหาความแออัดพื้นที่ตรวจหนังสือเดินทางภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เพื่อรองรับมาตรการวีซ่าฟรีจีนถาวรจะเริ่มต้นวันที่ 1 มีนาคมนี้
ซึ่งปัจจุบัน ทอท.ได้สั่งซื้อเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ Auto channel เพิ่ม 80 ชุด ด้วยวงเงิน 560 ล้านบาท เพื่อทดแทนของเดิมที่มีอยู่ 8 ชุด และติดตั้งเพิ่ม จะเริ่มติดตั้งระบบในเดือนกรกฎาคมและเปิดใช้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ทำให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารขาออกทั้งชาวไทยและต่างชาติเพิ่มจาก 6,200 คน/ชั่วโมง เป็น 8,800 คน/ชั่วโมง ส่วนขาเข้าจะใกล้เคียงกัน
นายกีรติกล่าวว่า นอกจากนี้ ทอท.จะเพิ่มคนอีก 200 คน ซึ่งเป็นการจ้างชั่วคราวสัญญาปีต่อปี เพื่อบริหารจัดคิวและแนะนำการใช้ระบบอัตโนมัติ พร้อมเริ่มงานในเดือนเมษายนนี้ ขณะที่ สตม.จากการหารือจะเพิ่มคนอีก 200 คน และมีแผนจะปรับปรุงระบบบริหารจัดการทั้งหมด จะแล้วเสร็จและเปิดใช้ภายในปี 2569
นายกีรติกล่าวว่า ขณะเดียวกันแผนในระยะถัดไป ทอท.จะเร่งเดินหน้าก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกของอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิหรือ East Expansion มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท จะเปิดประมูลในเดือนพฤษภาคมนี้และแล้วเสร็จภายในปี 2570 จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้อีก 15 ล้านคน/ปี
รวมถึงจะเปิดประมูลสนามบินดอนเมืองเฟส 3 วงเงิน 36,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มจาก 30 ล้านคน/ปีเป็น 50 ล้านคน/ปี และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ของสนามบินเชียงใหม่ วงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคน/ปี โดยทั้ง 2 โครงการนี้จะเปิดประมูลภายในปี 2567 และใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะไปตรวจเยี่ยมการให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของจุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาเข้า และภาพรวมความพร้อมการให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ

