บาทอ่อนจ่อทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์ หลังเผชิญแรงกดดันโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.90 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.45-36.15 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.80-36.00 บาท/ดอลลาร์
นายพูนกล่าวว่า โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้ระดับ 35.90 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 35.83-35.97 บาทต่อดอลลาร์) เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทก็เผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลงของราคาทองคำ (โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว) หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงเชื่อว่า เฟดจะไม่รีบลดดอกเบี้ย
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลง ท่ามกลางมุมมองของตลาดที่เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้งในปีนี้ ส่วนเงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส ในสัปดาห์นี้ ควรจับตา รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึง ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ และอังกฤษ และติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อย่างใกล้ชิด
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมฝั่งอ่อนค่ายังคงอยู่ โดยต้องจับตาแนวต้านเชิงจิตวิทยา 36.00 บาทต่อดอลลาร์ เพราะการอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวจะปิดฉากเทรนด์การแข็งค่าตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อนหน้า ทั้งนี้ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ รวมถึง ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่เป็นอีกปัจจัยส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินบาทได้พอสมควรในช่วงนี้
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น มีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดทำให้ผู้เล่นในตลาดยิ่งเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ตลาดประเมินไว้ นอกจากนี้ หากตลาดประเมินว่า BOE อาจลดดอกเบี้ยได้เร็วกว่า เฟด ก็อาจกดดันเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และหนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้
“ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward”นายพูนกล่าว
ทั้งนี้ มุมมองเศรษฐกิจไทย แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของการบริโภค ท่ามกลางความหวังการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะช่วยให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 63 จุด ในเดือนมกราคม

