นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ระบุว่านักลงทุนจะไม่ลงทุนในช่วง 12 เดือนว่า การสำรวจดังกล่าวเป็นการสำรวจนักลงในประเทศไทย เท่าที่ดูนักลงทุนต่างชาติ ยังสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยจากการพบปะผู้บริหารจากองค์การส่งเสริมการค้าแห่งประเทศญี่ปุ่น(เจโทร)ได้สรุปเล่าให้ฟังเกี่ยวดัชนีชี้วัดการลงทุนในไทย โดยระบุว่า ดัชนีการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยเพิ่มขึ้นจาก 2 ปีก่อนที่ติดลบ โดยปีที่แล้วดัชนีกลับมาบวกเป็น 4% ส่วนปีนี้จะเพิ่มเป็น 15% แสดงว่า ผู้ประกอบการญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ยังตั้งใจลงทุนในไทยอย่างแน่นอน โดยส่วนตัวเชื่อว่า หลังรัฐบาลต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ลงทุนนำรายจ่ายลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5เท่านั้น จะทำให้เอกชนลงทุนมากขึ้น เพราะการต่ออายุตรงนี้เป็นสิ่งที่เอกชนเรียกร้องมา
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าภาคเอกชนยังไม่มาลงทุน ภาครัฐเองก็ยังเป็นผู้นำการลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างเพียงพอ โดยจัดสรรงบประมาณผ่านการขาดดุลงบประมาณเป็นวงเงินถึง 5.5 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2559 นี้ ซึ่งเม็ดเงินส่วนใหญ่จะใช้เพื่อลงทุนในกลุ่มจังหวัดไม่ได้นำไปใช้จ่ายทั่วไป คาดว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะเริ่มทยอยลงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปีนี้ โดยในแง่เม็ดเงินภาครัฐที่จะลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้จะมีถึง 2.3 แสนล้านบาท จากก่อนหน้าที่เม็ดเงินจะลงในหลักไม่กี่หมื่นล้านบาท โดยเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่นำไปลงทุนในรถไฟฟ้าสายต่างๆ เช่น สายสีส้ม สีแดง สีชมพู และ สีเหลือง และยังมีการลงทุนในรถไฟรางคู่ รวมถึงลงทุนระบบน้ำด้วย

