ปลัดพลังงานย้ำโอซีเอต้องจบรบ.ชุดนี้ กดค่าไฟระยะยาว 3 บาท แง้มเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพีดีพี
ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ สถาบันวิทยาการพลังงาน ร่วมมือกับสมาคมวิทยาการพลังงาน (สวพน.) จัดสัมมนา “THAILAND ENERGY EXECUTIVE FORUM”
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวระหว่างเสวนาเรื่อง “ทิศทางพลังงานไทยปี 2567” ว่า ปี 2566 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะภาคไฟฟ้า หากเทียบสัดส่วนก่อนเกิดโควิด ยอดการใช้ไฟฟ้าทะลุ 2 แสนกิกะวัตต์-ชั่วโมง ถือว่ามากที่สุด รวมถึงการใช้ไฟฟ้าพีคสูงสุด 34,827 เมกะวัตต์ เดือนพฤษภาคม 2566 ถือเป็นจุดที่น่าสนใจว่าการใช้ไฟพีคนี้เกิดขึ้นในเวลา 3 ทุ่มกว่าๆ ต่างจากเมื่อก่อนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. ส่วนการใช้น้ำมันถือว่ากลับมาในปริมาณเท่าปี 2562 เว้นน้ำมันเครื่องบิน ยังอยู่ในระดับ 80%
นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัจจัยการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเวลากลางคืนมีนัยยะสำคัญมาจาก 1. การใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือน 2. การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ที่มีปริมาณสูงเกือบ 5 เท่า จากตัวเลขการจดทะเบียน 1 แสนคันที่นิยมชาร์จไฟฟ้าในเวลากลางคืน และ 3. การติดแผงโซลาร์ จ่ายไฟฟ้าได้เฉพาะในเวลากลางวัน ปัจจุบันการขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เพิ่มขึ้นมากจากก่อนหน้านี้ไม่เป็นที่นิยมปีละ 100 กว่าราย แต่ปัจจุบันเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 ราย ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม อีกปัจจัยมาจากการที่กระทรวงอุตสาหกรรมปลดล็อคเรื่องของการขอใบอนุญาต รวมถึงอัตราค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น
“ตัวเลขการใช้รถอีวีถือว่าสูงสุดในกลุ่มอาเซียน หากนับรวม 9 ประเทศ มาจากนโยบายสนับสนุนอีวี 30&30 แม้ปัจจุบันสถานีชาร์จอีวียังไม่เพิ่มสูงมากราว 8 พันกว่าหัวชาร์จ โดยการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พยายามเพิ่มปริมาณหัวชาร์จอีวีให้ครอบคลุม”นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญเรื่องของพลังงาน คือ ราคา ความมั่นคง และสะอาด รัฐบาลทุกยุคให้ความสมดุลทั้ง 3 เรื่อง โดยเฉพาะความมั่นคง จะเห็นได้ว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้รับอนุญาตแหล่งก๊าซเอราวัณ ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลง ต้องพึ่งพาการนำเข้าแอลเอ็นจี และเป็นจังหวะเดียวกับวิกฤตสงครามรีสเซียและยูเครน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ราคาแอลเอ็นจีตลาดโลกสูงขึ้นปี 2564-2565 ราคาเฉลี่ย 80 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ส่วนช่วงปี 2566 อยู่ที่ 30-40 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งแนวโน้วปีนี้ราคาพลังงานได้เริ่มลงลงเหลือราว 10 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู
“เราพยายามเร่งแหล่งเอราวัณให้ดึงก๊าซในอ่าวไทยตามสัญญา 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือนเมษายนนี้ จะช่วยลดการนำเข้าแลเอ็นจี เมื่อรวมกับพลังงานหมุนเวียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับซื้อไปแล้วกว่า 5 พันเมกะวัตต์ จะเริ่มทยอยเข้าระบบทำให้ประเทศไทยมีพลังงานสะอาดมากขึ้น เพราะทั่วโลกต่างถามหาแต่พลังงานสะอาด ทั้งการลงทุนและการค้า โดยสินค้าส่งออกไปต่างประเทศถูกเรียกร้องให้ลดการปลอดปล่อยคาร์บอน”นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับแผนพลังงานชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) โดยเฉพาะสัดส่วนก๊าซ พลังงานหมันเวียน และการประหยัดพลังงานต้องบูรณาการร่วมกันทั้ง 5 แผนย่อย คาดว่าแผน พีดีพีจะประชาพิจารณ์ปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมนี้ จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนมากขึ้นถึง 70% และปลดโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซออกไป และจะมีเรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ในตัวเลือกรวม 7-8 สมมติฐาน จะนำมาประชาพิจารณ์สาธารณะเพื่อให้เกิดการยอมรับของประชาชน ตัวอย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นเคยมีปัญหา จึงต้องสื่อสารแต่ต้องปรึกษานายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนว่าจะเลือกไปประชาพิจารณ์หรือไม่
นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่เวียดนามและอินโดนีเซียราคาค่าไฟถูกกว่าประเทศไทย ต้องยอมรับว่าทั้ง 2 ประเทศใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า อีกทั้งเวียดนามมีพลังงานน้ำ แต่ต้องแลกกับปัญหาด้านความมั่นคง ซึ่งไทยเน้นความสมดุล 3 เรื่อง ไทยมีเขื่อนใหญ่กำลังการผลิต 2,900 เมกะวัตต์ ถือว่าไม่เยอะ กฟผ.จะต้องบริหารจัดการน้ำ ในเขื่อน เพราะต้องคำนึงถึงท้ายเขื่อนที่ต้องรับน้ำ ดังนั้น ไทยจะเน้นการบริหารจัดการน้ำก่อนการผลิตไฟฟ้า
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า สำหรับการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา(โอซีเอ) ถือเป็นความหวัง หากรัฐบาลชุดนี้ทำไม่ได้ไม่ต้องหวังรัฐบาลชุดอื่น หากสำเร็จจะช่วยให้ค่าไฟถูกลงได้ แต่ต้องควบคู่กับแหล่งในประเทศผลิตตามเป้าหมาย ในระยะยาวราคาค่าไฟจะลงมาเหลือ 3 บาทได้ แต่เวลานี้ด้วยแหล่งก๊าซที่มีรัฐบาลจึงต้องเข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อให้ราคาไม่สูงมากนัก
“ราคาพลังงานสำคัญต่อการเป็นอยู่ของประชาชน เราพยายามไม่ให้ค่าไฟและน้ำมันสูงเกินไป ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วย และให้ปตท.และกฟผ.รับภาระไว้ก่อน ตอนนี้ปตท.รับไว้หลักหมื่นล้านบาท ส่วนกฟผ.เกือบแสนล้านบาท ซึ่งก็ต้องคืน และตั้งเป้า 3-4 ปีนี้จะดึงเงินเข้ากองทุนฯ ให้กองทุนน้ำมันกลับมาเป็นบวกให้ได้” นายประเสริฐกล่าว

