เอ่ยชื่อ “แกมโบล” (GAMBOL) เชื่อว่าน้อยคนนักจะไม่รู้จัก รองเท้าแตะลำลองแบรนด์ดังสัญชาติไทย ที่บุกเบิกตลาดมาร่วม 2 ทศวรรษ ภายใต้บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด มี “ตระกูลกิจกำจาย” เป็นผู้คุมบังเหียน จากธุรกิจเล็กๆ ในวันนี้ได้ขยับขยายสยายปีกไปไกลถึงต่างประเทศ ตั้งเป้าสู่ “โกลบอลแบรนด์” ภายในปี 2570
“มติชน” สัมภาษณ์พิเศษ “นิติ กิจกำจาย” กรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ที่มารับไม้ต่อจากครอบครัว เพื่อเดินหน้าธุรกิจ ท่ามกลางการแข่งขันสูง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
•ภาพรวมตลาดรองเท้าแตะลำลอง
สภาพตลาดปี 2566 ในช่วง 2 ไตรมาสแรกยังโอเคอยู่ จริงๆ แนวโน้มดีด้วยซ้ำ แต่พอเริ่มไตรมาส 3 เริ่มซึมถึงปลายปี เท่าที่เซอร์เวย์และพบลูกค้า เป็นเพราะกำลังซื้อ คนมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังขาดการกระตุ้นจากภาครัฐบาลและเศรษฐกิจโลกจากภาวะ 2 สงคราม เลยทำให้ตลาดซึม ส่วนปี 2567 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ของเรายังได้ตามเป้ามียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 10% แต่โดยปกติช่วง 2 ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงพีค จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นไตรมาส 3 แต่ว่าปีที่ผ่านมาไม่ว่าไตรมาส 3 และไตรมาส 4 พอๆ กันเลย
โดยปี 2567 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มียอดขายประมาณ 1,100 ล้านบาท ถ้าเทียบกับปี 2565 ถือว่าโตขึ้น 10% ถ้าในปี 2567 ไม่มีสภาวการณ์อะไรเข้ามารบกวนมาก เป้าที่วางไว้ 1,500 ล้านบาท ถือว่าไม่ยาก เพียงแต่ต้องเปิดช่องทางการขายต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ตลาดในประเทศเรามีส่วนแบ่งการตลาด 10% จากมูลค่าตลาดรองเท้าแตะลำลอง 10,000 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าให้ถึง 15%
•ต้องปรับกลยุทธ์การทำตลาด
คงไม่ต่างจากปีที่แล้วมาก มีทำแคมเปญต่างๆ มาช่วยซัพพอร์ต แต่จะพยายามให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคมากขึ้น เป็นที่หนึ่งแบรนด์วัยรุ่น พยายามทำสื่อ หาช่องทางที่เราจะเข้าไปได้ รวมถึงออกสินค้าใหม่ในทุกช่วงเทศกาล เช่น ซัมเมอร์ สงกรานต์ หรือช่วงต้นปี ปลายปี ให้ตอบโจทย์ ตรงกับความต้องการของคนไทย รวมถึงทำสื่อที่ซัพพอร์ตลูกค้าโดยตรง ทั้งตัวสินค้าหรือผู้ค้า ไม่ว่าสิทธิพิเศษต่างๆ และลงไปหาผู้ค้าดูว่าอะไรคือเพนพอยต์ เพื่อสร้างยอดขายให้มากขึ้น และเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ทำร่วมกับเรามา 21 ปี
•สถานการณ์ต้นทุนปัจจุบัน
ต้นทุนการผลิตถ้าเทียบจากในช่วงที่ผ่านมาที่มีปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มีผลกระทบบ้าง แต่ยังไม่มาก อย่างที่เคยบอกไว้ ถ้าขึ้นค่าแรงแบบเป็นขั้นบันได ทางบริษัทเองก็พยายามที่จะดูว่ามันจะไม่โอเวอร์จากต้นทุนที่เราสำรองไว้ และพยายามไม่ปรับราคาขึ้นอยู่แล้ว แต่ถ้ามีการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นไปถึง 30-50 บาทแบบนี้ ถือว่าปรับขึ้นมาก กระทบต้นทุนแน่นอน แต่ว่าช่วงที่ผ่านมาถึงค่าแรงจะปรับขึ้นบ้าง แต่โชคดีที่ยังไม่มีเรื่องวัตถุดิบ ค่าไฟที่ก่อนหน้านี้มีปรับสูงขึ้น เข้ามาเป็นตัวแปร จึงถือว่าเรายังสามารถบริหารต้นทุนการผลิตไว้ได้อยู่ มันอาจจะมีผลนิดหน่อยแต่ไม่มาก ถือว่ายังไม่มีการปรับราคากระทบผู้บริโภค แต่ถ้ามีเรื่องของวัตถุดิบกับค่าแรง ค่าไฟ สูงขึ้นมากๆ คงต้องกลับมาดู ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีการขยับราคาขึ้น 10%
•แผนการผลิตและช่องทางการขายปีนี้
ในส่วนของกระบวนการผลิต มีปรับแผนการผลิต อย่างปีที่ผ่านมา มีบางช่วงงานมาก บางช่วงงานน้อย ตอนนี้มีการปรับ โดยที่ช่วงไหนงานน้อย จะมีการประชุมกับทางฝ่ายขายกับการตลาด เพื่อคำนวณจำนวนออเดอร์ที่จะเข้ามาเสริมในช่วงที่งานไม่เต็มมือ หรือในกรณีที่ไม่มีตัวใหม่มาเสริม ก็จะอาศัยตัวที่เป็นฮีโร่ขายดี เพื่อสำรองการขายในช่วงขายดีหรือไฮซีซั่นแทน ขณะเดียวกันเราจะมีการออกแบบสินค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา
ด้านช่องทางการจำหน่าย ในปัจจุบันมีการจำหน่ายโดยทุกช่องทางอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นดีพาร์ตเมนต์สโตร์ โมเดิร์นเทรด เป็นต้น รวมถึงออนไลน์ด้วย ขณะเดียวกันจะเพิ่มช่องทางการขายต่างประเทศมากขึ้นในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ซึ่งเรามีทำอยู่แล้ว แต่ในต้นปีนี้จะมีเพิ่มเข้ามา คือ ตลาดมาเลเซีย ขณะที่เวียดนามจะได้ผู้ค้าเพิ่มในบิ๊กซี เริ่มมีสินค้าวางจำหน่ายแล้ว รวมถึงดูแลตลาดตะวันออกกลางและรัสเซีย หลังจากเริ่มมีต้นทุนเพิ่มจากค่าขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้นจากปัญหาทะเลแดง
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการขายต่างประเทศประมาณ 10% ซึ่งถือว่ายังน้อย ในปีนี้จะทำการตลาดมากขึ้นและเพิ่มสัดส่วนยอดขายเป็น 20% เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากยอดขายทั้งปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 1,300 ล้านบาทและต่างประเทศ 200 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีระบบตลาดต่างประเทศมากเท่าที่ควรเน้นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อมากกว่าแต่ปีนี้จะเริ่มบุกหนักมากขึ้น ด้วยการออกไปหาลูกค้าเองบ้าง ซึ่งในแต่ละดีล กว่าจะสำเร็จ อาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือน ไม่เหมือนกับการทำตลาดในประเทศ ไม่ว่าด้วยระยะเวลา ภาษา หรืออัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินต่างๆ และวางเป้าหมายปี 2570 จะให้แกมโบลเป็นที่รู้จักของนานาชาติ
•ถ้าดิจิทัลวอลเล็ตช้ารัฐต้องมีมาตรการกระตุ้น
ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้อง เป็นดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รัฐบาลสามารถทำอะไรที่ให้คนประชาชนรากหญ้า สามารถจับจ่ายซื้อของได้ง่ายๆ จะตอบโจทย์ที่สุด หรือซอยย่อยเป็นเงินสดเข้าเป๋าตังค์ก็ได้ ส่วนหนึ่งที่กำลังซื้อไม่ค่อยคึกคัก อาจจะเป็นเพราะคนยังรอเงินดิจิทัล 10,000 บาท รวมถึงมาตรการอื่นๆ จากภาครัฐด้วย
•มองว่าเศรษฐกิจไทยวิกฤตหรือไม่วิกฤต
ถ้าเทียบกับช่วงโควิดผมมองว่ามันผ่านวิกฤตมาแล้ว เพียงแต่อยู่ในระหว่างฟื้นตัว แต่ในช่วงที่วิกฤตมีมาตรการของรัฐเข้ามาช่วย จึงผ่อนคลายวิกฤตไปได้บ้าง ถามว่าตอนนี้ถึงขนาดวิกฤตเลยหรือไม่ ผมว่ามันดีขึ้นเพราะอย่างน้อยๆ ภาคอื่นๆ ยังสามารถขับเคลื่อน และกระตุ้นให้มีรายได้เพิ่มขึ้นบ้างแล้ว แต่เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น เงินเฟ้อสูงขึ้น จึงทำให้รายได้ที่พนักงานหรือคนที่รับจ้างอาจไม่เพียงพอ ส่งผลต่อภาวะหนี้ครัวเรือนจากภาระหนี้สินต่างๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าหนี้รถ บ้าน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังสูง และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน เรามีโบนัสให้ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับผลงาน

