หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมเจรจา ชี้ ...

กรมเจรจา ชี้ อนาคตสินค้าเกษตรไทยยังสดใส ครองตลาดเบอร์หนึ่งในอาเซียน ปี’66โต4%

15.02.24 | 12:40 น.

กรมเจรจา ชี้ อนาคตสินค้าเกษตรไทยยังสดใส ครองตลาดเบอร์หนึ่งในอาเซียน ปี’66โต4%


เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปี 2566 ไทยส่งออกสินค้าไปกลุ่มประเทศคู่ค้าที่ได้ทำเอฟทีเอกัน มีมูลค่า 167,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวเล็กน้อย 3% จากปี 2565 ตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่หากพิจารณากลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญ พบว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปขยายตัวได้ดี โดยสินค้าเกษตร มีมูลค่า 19,563 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4% คิดเป็นสัดส่วนถึง 73 % ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด และสินค้าเกษตรแปรรูป มีมูลค่า 15,074 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2% คิดเป็นสัดส่วน 67.3% ของการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปทั้งหมด ซึ่งตลาดคู่ค้าเอฟทีเอที่เป็นตลาดส่งออกหลัก อาทิ จีน ขยายตัว 11% และอาเซียน ขยายตัว 5%

นางสาวโชติมา กล่าวว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ถือเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและการส่งออกสูง ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอันดับ 1 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 7 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปอันดับ 3 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 11 ของโลก สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปตลาดคู่ค้า FTA ขยายตัวได้ดี อาทิ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 23% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ จีน มาเลเซีย และเวียดนาม ข้าว ขยายตัว 92% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ขยายตัว 19% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ จีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย กาแฟ ขยายตัว 43% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ กัมพูชา ญี่ปุ่น และจีน น้ำตาล ขยายตัว 14% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 9% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ จีน ออสเตรเลีย และสปป.ลาว ผักกระป๋องและผักแปรรูป ขยายตัว 18% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน และไอศกรีม ขยายตัว 11% ตลาดที่ขยายตัว อาทิ มาเลเซีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม

Advertisement

นางสาวโชติมา กล่าวว่า สำหรับเอฟทีเอ ถือเป็นส่วนสำคัญช่วยสร้างแต้มต่อทางการแข่งขันให้กับสินค้าของไทยในตลาดโลก ปัจจุบันประเทศคู่ค้าได้ยกเลิกการเก็บภาษีสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่ส่งออกจากไทยส่วนใหญ่แล้ว ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศที่มีความท้าทายสูง สอดคล้องกับสถิติการใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปด้วย FTA ที่มีการใช้สิทธิสูงเป็นอันดับต้น อาทิ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่สดและแปรรูป น้ำตาล สินค้าประมงและผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

” เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยได้ลงนาม FTA ฉบับที่ 15 กับศรีลังกา ซึ่งครอบคลุมการเปิดตลาดการค้าสินค้ากว่า 85% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2567 ” นางสาวโชติมา กล่าว