หน้าแรก เศรษฐกิจ ซีอีโอแบงก์กร...

ซีอีโอแบงก์กรุงไทย ชี้6ปัญหาใหญ่ ทำเศรษฐกิจนอกระบบโตกระโดด หวั่นกระทบระยะยาว

16.02.24 | 16:14 น.

ซีอีโอแบงก์กรุงไทย ชี้เศรษฐกิจนอกระบบโตกระโดด หวั่นกระทบ ศก.ระยะยาว ฉุดจีดีพีขยายตัวต่ำ


เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทยและกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย กล่าวในงานสัมมนา iBusiness Forum 2024 พลิกเศรษฐกิจไทย ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน ว่า การฟื้นตัวระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ขณะนี้ติดกับดักรายได้ปานกลาง และมีเศรษฐกิจนอกระบบสูง รวมถึงมีปัญหาปัจจัยเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันประเทศไทยมี 6 ปัญหาใหญ่ที่มาพร้อมกับเศรษฐกิจนอกระบบ ดังนี้

นายผยงกล่าวว่า 1.รายได้อยู่ในระดับต่ำ หรือต่ำกว่าศักยภาพ 2.ความยากจนและความเหลื่อมล้ำสูง 3.การกำกับดูแลธรรมาภิบาลด้อย ทำให้เกิดคุณภาพในระบบราชการ การควบคุมการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่สนับสนุนหรือเอื้อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจ หรือศักยภาพของระบบเศรษฐกิจหรือไม่

4.ผลิตภาพที่อยู่ในระดับต่ำ 5.ความยืดหยุ่นหรือภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงมีต่ำต่อปัญหาเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจนอกระบบสูงจะเห็นการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจไทย เมื่อเกิดโควิดเศรษฐกิจนอกระบบมักยึดโยงภาคบริการและภาคแรงงานสูง เมื่อฟื้นตัวกลับมาหลังจากเกิดวิกฤต ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจช้ากว่าหลายประเทศ และ 6.มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ช้า

Advertisement

นายผยงกล่าวว่า เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ สะท้อนข้อมูลที่มีผู้ที่อยู่ในฐานระบบภาษีน้อย โดยประชาชน 66 ล้านคน มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี 10-11 ล้านคน และมีผู้มีภาระภาษีต้องจ่าย 4 ล้านคน ด้านแรงงาน 51% เป็นแรงงานนอกระบบ และ 49% อยู่ในระบบ ขณะที่หนี้นอกระบบตัวเลขจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 1.35 แสนล้านบาท แต่การประเมินของ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อยู่ที่ 3.97 ล้านล้านบาท ยังไม่แน่ชัดว่าตัวเลขใดชัดเจน

“ขณะเดียวกัน พบความเหลื่อมล้ำสูง รวมถึงการมีธุรกิจนอกระบบเป็นจำนวนมาก สัดส่วนผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) 74% เป็นส่วนบุคคลและอื่นๆ และ 26% เป็นนิติบุคล” นายผยงกล่าว

นายผยงกล่าวว่า ดังนั้น 3 ปัจจัยหลักที่ไทยควรให้ความสำคัญ คือ 1.ลดต้นทุนแฝงจากเศรษฐกิจนอกระบบ โดยข้อมูล (ดาต้า) จะทำให้การจัดสรรทรัพยากรทั่วถึงมากขึ้น การมีข้อมูลทำให้เกิดความเข้าใจ เกิดความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล นำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง มีนโยบายที่ตอบโจทย์ และครอบคลุม ลดความเหลื่อมล้ำการกระจายตัวเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแฝงจากเศรษฐกิจนอกระบบ และข้อมูลจะทำให้การจัดสรรทรัพยากรทั่วถึงมากขึ้น คอร์รัปชันลดน้อยลง ไม่เกิดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน

2.การส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ธุรกิจในระบบ เพิ่มอำนาจต่อรองกับรายใหญ่ ต้องสนับสนุนการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม เพิ่มอำนาจต่อรองกับรายใหญ่ สร้างผลิตภาพของระบบเศรษฐกิจ หากสามารถเอาคนเข้าระบบอย่างถูกต้องจะสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรม เช่น เมื่อมีข้อมูลของเอสเอ็มอีแล้วจะสามารถช่วยเข้าถึงแหล่งเงินทุน และแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างยั่งยืน

3.การแก้ไขหนี้นอกระบบ โดยจะต้องทำอย่างครบวงจร ตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรม โดยจากข้อมูล พบว่า 27% ครัวเรือนยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ โดบเหตุผลที่เข้าสู่หนี้นอกระบบ พบว่า 75% ต้องใช้เงินฉุกเฉิน ไม่มีข้อมูลที่จะเข้าไปถูกรับการประเมินได้ และ 63% มีความจำเป็นต้องใช้เงินออม หากต้องหยุดงาน น้อยกว่า 3 เดือน หรือไม่ทราบสถานะเงินออมตนเอง และยังพบว่า 40% ยังไม่ได้คำนึงถึงการออม

“ภาพรวมทางโครงสร้างเศรษฐกิจที่อยากจะฉายให้เห็นถึงปัญหาและการแก้ปัญหาที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจที่จะสามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน” นายผยงกล่าว