หน้าแรก เศรษฐกิจ จีซี ลุยแผนธุ...

จีซี ลุยแผนธุรกิจ67 จับตา 2 เสี่ยงโลก ศก.โลก-จีโอโพลิติก

16.02.24 | 16:44 น.

จีซี ลุยแผนธุรกิจ67 จับตา 2 เสี่ยงโลก ศก.โลก-จีโอโพลิติก


เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 2567 ว่า จะจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงของโลก คือ เศรษฐกิจโลก และจีโอพลิติก(ปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ) เพราะจะมีผลต่อธุรกิจ โดยจีซีได้เตรียมลงทุนปีนี้กว่า 9,000 ล้านบาท พร้อมกำหนดทิศทางและทบทวนกลยุทธ์ 3 ประการ คือ

1.สร้างรากฐานแข็งแกร่ง (Step Change) ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่าย และ การพัฒนาความร่วมมือในมิติต่างๆ รวมถึงมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจที่เน้นตลาด โดยการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง มีเป้าหมาย 56% ในปี 2571 และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม

2.แสวงหาโอกาสใหม่เพื่อสร้างการเติบโต และดูแลด้านต้นทุนของ allnex (Step Out) พร้อมขยายตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเเละผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เน้นผลิตภัณฑ์รีไซเคิล รวมถึงโรงกลั่นชีวภาพ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องต่างๆ ได้มากมาย ทั้งในอุตสาหกรรมสุขอนามัยส่วนบุคคล อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ และ

Advertisement

3.การสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ (Step Up) ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยวางแผนปรับโครงสร้างธุรกิจในการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และกลุ่มที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ทั้งยังอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจใหม่เกี่ยวกับไฮโดรเจนและคาร์บอน

นายคงกระพัน กล่าวว่า จีซีได้ลงนามความร่วมมือศึกษาเทคโนโลยีการพัฒนาโรงงานปิโตรเคมี กับ บริษัท มิตซูบิชิ ฮีวี่ อินดัสทรี เอเชียแปซิฟิก จำกัด หรือ MHI-AP มี 2 เป้าหมายหลัก ได้แก่ ศึกษาเพื่อเปรียบเทียบความเป็นไปได้ในการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนีย เป็นเชื้อเพลิงสำหรับกังหันแก๊ส และเทคโนโลยีการดักจับ จัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในกระบวนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และศึกษาหาแนวทางการปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพในระบบดักจับ จัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหมาะสมสำหรับกระบวนการผลิตไฮโดรเจน หรือ Steam Methane Reforming (SMR)

นายคงกระพัน กล่าวว่า ปี 2566 มีผลกำไรสุทธิ 999 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 111% มีรายได้จากการขายรวม 616,635 ล้านบาท ลดลง 9% จากราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก