TFM ปลื้มยอดขายปี’66 สูงสุดทะลุ 5 พันล้าน ดันต่อกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ชิงตลาด
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย เปิดเผยว่า ปี 2566 เป็นปีของความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำและสัตว์บก ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรก 2566 แต่ TFM เริ่มทรานฟอร์เมชั่นระบบปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบ SAP ใช้บริหารทรัพยากรและติดตามผล ทำให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการผลิตภายในโรงงานให้มีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถสร้างยอดขายได้ 5,081.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% และมีกำไรขั้นต้น 439.6 ล้านบาท เพิ่ม 8.2% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 85.3 ล้านบาท ลดลง 22.1% เนื่องจากการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาสแรก 2566 ทำให้ไตรมาสต่อมา TFM เดินหน้าปรับตัวทั้งระบบทำให้สามารถพลิกกลับมามีกำไร ส่งผลให้ปี 2566 บริษัทสามารถจ่ายปันผลที่ 0.13 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ ปี 2566 TFM มีสัดส่วนยอดขายตามผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น อาหารกุ้ง 52.8% อาหารปลา 36.5% อาหารสัตว์บก 8.7% และอื่นๆ 1.9% หากดูสัดส่วนยอดขายตามภูมิภาค แบ่งเป็น บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) (TFM) ในไทย 92.4 % บริษัท ไทยยูเนี่ยน คาริสมา เลสทารี จำกัด (TUKL) ในอินโดนีเซีย 6% และ บริษัท เอเอ็มจี ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (AMG-TFM) ในปากีสถาน 1.6% เมื่อดูภาพรวมธุรกิจปี 2566 หากแยกตามผลิตภัณฑ์พบว่าอาหารกุ้งของ TFM เติบโตดีสุด สร้างยอดขาย 2,804.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% แบ่งเป็น ยอดขายอาหารกุ้งในไทย 2,528.1 ล้านบาท เติบโต 0.2% และยอดขายกลุ่มอาหารกุ้งในอินโดนีเซีย ทำได้ 276.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 187.3%
ส่วนยอดขายอาหารสัตว์บกอยู่ที่ 481.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จาก AMG-TFM ในปากีสถาน ปัจจัยทำให้ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์เติบโตมาจากการวางกลยุทธ์การขาย และขยายตลาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณการขายสูงต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขายอาหารปลา 1,710.5 ล้านบาท ลดลง 1.9% แบ่งเป็น ยอดขายอาหารปลาในไทย 1,676.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เป็นผลจากปริมาณการขายอาหารปลากะพงสูงขึ้น 30.7% ส่วนยอดขายอาหารปลาในต่างประเทศ ลดลง 72.6% เนื่องจากสถานการณ์ราคาปลาในปากีสถานตกต่ำ ส่งผลต่อความต้องการในการใช้อาหารสำเร็จรูปในการพาะเลี้ยงปลา
“กลยุทธ์ปี 2567 เป็นปีแห่งการผลักดันด้านการขายและการตลาดต่อเนื่อง จากการออกสินค้าแบรนด์ใหม่เจาะกลุ่มอาหารปลาน้ำจืดและปลาสวยงาม รวมถึงทำตลาดอาหารกุ้งในอินโดนีเซีย อีกทั้งมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด” นายพีระศักดิ์กล่าว

