หน้าแรก เศรษฐกิจ คอนโดตีปีกรับ...

คอนโดตีปีกรับ วีซ่าฟรีถาวรไทย-จีน เปิดทำเลฮอต แบรนด์ครอง ‘ที่หนึ่งในใจ’ ต่างชาติ

16.02.24 | 21:54 น.

คอนโดตีปีกรับ วีซ่าฟรีถาวรไทย-จีน เปิดทำเลฮอต แบรนด์ครองที่หนึ่งในใจต่างชาติ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2567 ยังคงอยู่บนความท้าทายจากสารพัดปัจจัยเสี่ยงที่ติดพันมาจากปี 2566 ทำให้ปีนี้ตลาดต่างชาติจึงเป็นดีมานด์สำคัญ ที่จะมาชดเชยตลาดในประเทศที่กำลังซื้ออ่อนแอ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียมที่ต่างชาติสามารถซื้อได้ตามกฎหมายในสัดส่วน 49%

ลุ้นวีซ่าฟรีถาวรปลุกตลาดคึก

นายไซม่อน ลี ประธานกรรมการ บริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดและขายโควต้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังมาตรการวีซ่าฟรีถาวรไทย-จีน ซึ่งบังคับใช้วันที่ 1 มีนาคม 2567 จะทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามามากขึ้นและส่งผลดีต่อตลาดคอนโดมิเนียมของไทยด้วย เนื่องจากชาวจีนเป็นลูกค้าหลักที่มาซื้อคอนโดมิเนียม แต่หลังเกิดโควิดทำให้หายไป ขณะนี้เริ่มกลับมาแล้ว หลังเปิดประเทศ การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว มีวีซ่าฟรี แต่ยังไม่หวือหวามากนัก เพราะจีนกำลังมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจในประเทศด้วย อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ถือว่าจีนยังเป็นลูกค้าหลักของตลาดคอนโดไทย

“ตอนนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น 10-20% ส่วนใหญ่ซื้อลงทุนปล่อยเช่าให้กับต่างชาติและคนจีนด้วยกัน ระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนหรือนานกว่านั้น อัตราค่าเช่าถ้าเป็นแบบ 1 ห้องนอนเดือนละ 10,000 กว่าบาท แบบ 2 ห้องนอนเดือนละ 20,000-30,000 บาท โดยได้ผลตอบแทนประมาณ 3-6% ด้านระดับราคาที่ซื้อมีตั้งแต่ 3-50 ล้านบาท และซื้อมากสุด 5-10 ห้อง ยังไม่มีซื้อเป็นบิ๊กล็อตเหมือนเมื่อก่อน” นายไซม่อนกล่าว

กทม.-ภูเก็ต-เชียงใหม่คึก

นายไซม่อนกล่าวว่า ส่วนทำเลที่ต่างชาตินิยมซื้อ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นโซนพระราม 9 รัชดาภิเษก สุขุมวิท สาทร พระราม 4 ลูกค้าเป็นจีน ไต้หวัน ฮ่องกง จะซื้อของแสนสิริ เอพี ศุภาลัย แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ส่วนที่เชียงใหม่อยู่ในย่านช้างคลาน สันกำแพง สันทราย ลูกค้าจะเป็นชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และซื้อโครงการของอรสิริน ขณะที่ภูเก็ตอยู่โซนใกล้เซ็นทรัล หาดไม้ขาว ลากูนา ส่วนบางเทายังไม่มาก โดยลูกค้าหลักเป็นรัสเซีย ยุโรป และจีน จะซื้อของแสนสิริ ศุภาลัย ออริจิ้น โดยแสนสิริเป็นแบรนด์ที่หนึ่งในใจของชาวต่างชาติ

Advertisement

“บริษัทคาดหวังหลังมีวีซ่าฟรีถาวร ทำให้ตลาดคอนโดคึกคักยิ่งขึ้น โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะมียอดขาย 800-900 ยูนิต คิดเป็นรายได้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 มียอดขาย 500 ยูนิต และรายได้ 4,000-5,000 ล้านบาท แต่ยังถือว่ารายได้ยังไม่กลับมาเท่ากับช่วงก่อนโควิดที่เคยมียอดขาย 3,500 ยูนิต และรายได้ 20,000-30,000 ล้านบาท” นายไซม่อนกล่าว

‘อนันดา’ชี้คอนโดพร้อมอยู่ขายดี

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะตลาดกลาง-ล่างที่กำลังซื้ออ่อนแอ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ โดยปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สูงถึง 40-50% สำหรับที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 3 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังการลงทุน ดังนั้นตลาดต่างชาติจึงเป็นความหวังของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่ต่างชาติให้ความสนใจและสามารถซื้อได้ตามกฎหมายในสัดส่วน 49% ของพื้นที่โครงการ

นายประเสริฐกล่าวว่า ปัจจุบันอนันดามีสต๊อกบ้านและคอนโดมิเนียมพร้อมโอนและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 47,000 ล้านบาท โดยพร้อมโอนในปีนี้ 18,500 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า และคาดว่าสามารถสร้างรายได้ 15,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2566 มีรายได้ 13,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายตั้งเป้า 23,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2566 ที่ทำยอดขายได้ 20,000 ล้านบาท โดยในนี้มียอดขายต่างชาติ 7,000 ล้านบาท เติบโต 102%

จีน-ไต้หวัน-พม่าแห่ซื้อ

นายประเสริฐกล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้ามียอดขายตลาดต่างชาติ 8,000 ล้านบาท หลังได้ขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ เพิ่ม เช่น ไต้หวัน เมียนมา และผลจากการที่รัฐบาลมีมาตรการวีซ่าฟรีถาวรไทย-จีน จะช่วยเพิ่มดีมานด์ต่างชาติเข้ามามากขึ้น โดยลูกค้าหลักยังเป็นจีนอยู่ที่ 43% รองลงมาไต้หวันและเมียนมา ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ ซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 ในทำเลในกลางเมือง ทั้งอยู่อาศัยเองและลงทุนปล่อยเช่า ซึ่งจะซื้อด้วยเงินสด โดยจีนยังเป็นผู้ซื้อราคาแพงสุด 40-50 ล้านบาท

“หลังการท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาแวะชมไซต์โครงการมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ทำให้ 2 เดือนแรกของปีนี้เรามียอดขายแล้ว 2,100 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายต่างชาติ 35%” นายประเสริฐกล่าว

เศรษฐีเยอรมันทุ่มซื้อเพนต์เฮาส์

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการต้นสนวัน เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียมซุปเปอร์ลักชัวรี่ชิดลม-เพลินจิต ระดับราคา 23-190 ล้านบาท มูลค่า 3,000 ล้านบาท ยังเหลือขาย 7 ยูนิต ทั้ง 1 ห้องนอนและเพนต์เฮาส์ ซึ่งราคาแพงสุด 190 ล้านบาท มีนักธุรกิจเยอรมันซื้อไปแล้ว ซึ่งโครงการนี้มีต่างชาติซื้อแล้ว 25% ยังไม่เต็มโควต้า 49% ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจจากฮ่องกง ไต้หวัน เยอรมัน ซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 และซื้อสดเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่จีนยังไม่มี คาดว่ามีมาตรการวีซ่าฟรีถาวรจะทำให้เข้ามามากขึ้น