หน้าแรก เศรษฐกิจ สุดาวรรณ ระดม...

สุดาวรรณ ระดมชั้นเชิงรับลูกนายกฯ เพิ่มเป้าหมายใหม่ดึงต่างชาติเที่ยวไทย 40 ล้านคน

19.02.24 | 05:12 น.

สุดาวรรณ ระดมชั้นเชิงรับลูกนายกฯ เพิ่มเป้าหมายใหม่ดึงต่างชาติเที่ยวไทย 40 ล้านคน

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปี 2567 รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไทย ไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท ภายใต้การดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาที่ 35 ล้านคน แต่ขณะนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย 40 ล้านคน หนุนสร้างรายได้รวมการท่องเที่ยวจากทั้งตลาดในและต่างประเทศ 3.5 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายการทำงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดิม กระทรวงและ ททท.จึงอยู่ระหว่างวางชั้นเชิงกลยุทธ์ (แทคติก) ทางการตลาดร่วมกันว่าต้องใช้วิธีใดบ้าง อาทิ การกระตุ้นตลาดด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ตามเป้าหมายของนายกฯ


-ให้การบ้าน10ตลาดหลัก
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า กระทรวงและ ททท.จะมีการแบ่งโจทย์ให้แก่สำนักงาน ททท.ที่รับผิดชอบตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในจำนวนเข้ามาเที่ยวไทยสูงสุด 10 อันดับแรก ว่าแต่ละตลาดจะต้องสร้างการเติบโต 2 หลัก หรือไม่น้อยกว่า 10% ในปี 2567 อาทิ ตลาดรัสเซีย ต้องเบ่งการเติบโตให้ได้ 10-15% ซึ่งแน่นอนว่าด้วยแทคติกและกลยุทธ์ทั้งหมดนี้มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการกระตุ้นตลาดเพิ่มด้วย

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า จากการได้ปัจจัยสนับสนุนเรื่องนโยบายการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าของรัฐบาล ที่รัฐบาลไทย-จีนได้ลงนามความตกลงยกเว้นวีซ่า (วีซ่าฟรี) ระหว่างกัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ขณะที่ตลาดเป้าหมายอื่นๆ อาทิ คาซัคสถาน ก็มีโอกาสต่ออายุมาตรการวีซ่าฟรีให้จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 29 กุมภา 2567 รวมไปถึงรัสเซีย ก็มีแนวโน้มต่ออายุมาตรการขยายเวลาพำนักวีซ่าฟรีแก่นักท่องเที่ยวรัสเซียจาก 30 วัน เป็นสูงสุดไม่เกิน 90 วัน จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2567 โดยจะใช้ประโยชน์จากวีซ่าฟรีที่มีในการกระตุ้นตลาดให้มากที่สุดด้วย

-จ่อถกททท.เบ่งชาร์เตอร์ไฟลต์
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงจะประชุมร่วมกับ ททท. เพื่อขอติดตามแผนงานกระตุ้นตลาดดึงชาร์เตอร์ไฟลต์จากตลาดเป้าหมายทั้งระยะใกล้และระยะไกลเข้ามาเพิ่ม ได้แก่ รัสเซีย กลุ่มสแกนดิเนเวีย กลุ่มประเทศซีไอเอส (ซีไอเอส) ยุโรปจากบางพื้นที่ เกาหลีใต้ รวมไปถึงจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสฟื้นตัวมากที่สุด แม้เศรษฐกิจจีนจะกำลังเผชิญปัญหาภาวะเงินฝืด แต่ด้วยตลาดที่ขนาดใหญ่ มีกลุ่มที่พร้อมออกเดินทาง การเร่งขยายชาร์เตอร์ไฟลต์สู่เมืองรองของจีน ก็จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยให้ไปถึงเป้าหมาย 8 ล้านคนในปีนี้ได้

Advertisement

“เมื่อปี 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด ถือเป็นปีที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวนกว่า 11 ล้านคน พบว่าโครงสร้างตลาดเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) 40% และนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ 60% ซึ่งเดินทางด้วยชาร์เตอร์ไฟลต์กว่า 25-30% ทำให้การกระตุ้นตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์ถือเป็นแทคติกที่มีความสำคัญมาก เพราะสามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติจากเมืองรองที่ยังไม่มีเที่ยวบินประจำ ให้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยได้ โดยเมื่อปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางด้วยชาร์เตอร์ไฟลต์ครองสัดส่วน 17-20% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 40 ล้านคน แต่เมื่อปี 2566 มีสัดส่วนเหลือเพียง 3% เท่านั้น จำเป็นต้องเร่งเบ่งตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์ให้ได้ 15% ในปีนี้” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว