หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : ต้องกล้าลงทุน!!

20.02.24 | 12:17 น.

จากข้อมูลของอโกด้า ประเทศไทย ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2566 พบว่า ประเทศไทยอยู่ใน 3 อันดับแรกของจุดหมายปลายทางยอดนิยมจากทั้งหมด 98 ประเทศ และอันดับ 1 เมืองน่าท่องเที่ยวยอดนิยมจากตลาดเอเชียทั้งหมด 39 ประเทศ สะท้อนถึงความต้องการ (ดีมานด์) ที่กำลังฟื้นตัวรอทะลักเข้ามาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง

สอดคล้องกับมุมมองของรัฐบาล นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเพิ่มเป้าหมายรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไทย ปี 2567 ทั้งตลาดในและต่างประเทศ 3.5 ล้านล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ภายใต้การดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย 40 ล้านคน จากเดิม 35 ล้านคน

ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวกลับคืนมา สายการบินฟื้นตัวกลับมาไม่เต็มที่ และมีบางเส้นทางที่ไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้แล้ว ทำให้เป้าหมายใหม่มีความท้าทายสูงมากๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะต้องระดมทุกสรรพกำลังที่มี เพื่อไต่ให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้

ปัจจัยสนับสนุนขณะนี้ เป็นเรื่องความสะดวกด้านวีซ่า ที่รัฐบาลไทย-จีนได้ลงนามความตกลงยกเว้นวีซ่า (วีซ่าฟรี) ระหว่างกัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 รวมถึงตลาดอื่นด้วย อาทิ คาซัคสถาน รัสเซีย

ถือเป็นยาแรงที่ภาคเอกชนยอมรับว่า เป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้ปี 2566 ดันตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาเที่ยวไทยได้ถึง 3.5 ล้านคน เป็นรองเพียงมาเลเซียเท่านั้น ที่เข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1 จำนวน 4.5 ล้านคน สนับสนุนให้ทั้งปี 2566 มีต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยแตะ 28 ล้านคน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

Advertisement

ทำให้เป้าหมายที่สูงในปี 2567 รัฐบาลจำเป็นต้องอัดฉีดยาแรงเพิ่มเข้ามาอีกแบบเต็มโดส โดยเฉพาะงบประมาณในการทำตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ที่ถูกตัดลดลงทุกปี โดยปี 2562 ททท.ได้รับจัดสรรงบประมาณ 6,613 ล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาได้ 39.91 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ล้านล้านบาท

ขณะที่ในปี 2566 ได้รับงบประมาณ 3,258 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28 ล้านคน สร้างรายได้รวม 1.91 ล้านล้านบาท

ส่วนปีงบประมาณ 2567 ททท.ได้รับจัดสรรงบประมาณ 5,200 ล้านบาท แม้เพิ่มมาจากปี 2566 แต่ลดน้อยกว่าปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 อยู่ดี ทำให้เมื่อโรคระบาดจบลงแล้ว ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว งบประมาณควรต้องกลับคืนมาเช่นกัน

เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้สูง ไปได้ถึง ไม่ใช่เพียงฝันไปเท่านั้น