ตลท. กางเกณฑ์คุมเข้มบจ.-เพิ่มแจ้งเตือนนลท. จ่อแขวนเครื่องหมาย C 50 บริษัท
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง ในการศึกษา ทบทวน และปรับปรุงเกณฑ์ต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยล่าสุดได้มีการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเข้าจดทะเบียน การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน ตลอดจนการเพิกถอน เพื่อเพิ่มคุณภาพบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้งเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลและการเตือนผู้ลงทุน สร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพให้ตลาดทุนไทย หลังจากการปรับปรุงการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลมากขึ้น ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา
นายภากรกล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ปรับปรุงเกณฑ์ 4 เรื่อง สำคัญ ได้แก่
1.ปรับปรุงคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนทั้ง SET และ mai โดยเพิ่มมูลค่ากำไรและส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทั้งด้านฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2568 เพื่อให้บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนและผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ได้
2.ยกระดับการเตือนผู้ลงทุน โดยเพิ่มเหตุที่จะเตือนผู้ลงทุนด้วยเครื่องหมาย ดังนี้ 2.1 กรณีบริษัทจดทะเบียนมีความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน สภาพคล่องทางการเงิน ทั้งกรณีไม่มีธุรกิจ มีขาดทุนต่อเนื่อง หรือผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ 2.2 กรณีผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน และ 2.3 กรณีบริษัทจดทะเบียนมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ เป็น Cash Company มีคณะกรรมการตรวจสอบหรือ Free Float ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ หรือไม่จัด Opportunity Day ตามที่กำหนด โดยการเตือนผู้ลงทุนจะแสดงด้วยเครื่องหมายที่แตกต่างกันตามแต่ละเหตุ ซึ่งเครื่องหมายใหม่นี้จะทดแทนเครื่องหมาย C (Caution) ในปัจจุบัน
นายภากรกล่าวว่า 3.เพิ่มเหตุเพิกถอนกรณีบริษัทจดทะเบียนไม่มีธุรกิจต่อเนื่องหลายปี หรือไม่สามารถแก้ไข Free Float ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพเหมาะสมที่จะเป็นบริษัทจดทะเบียน
4.เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณาคุณสมบัติบริษัทที่เข้าจดทะเบียนโดยอ้อม (Backdoor Listing) และกรณีย้ายกลับมาซื้อขายหลังแก้ไขเหตุอาจถูกเพิกถอน (Resume Trading) ให้เทียบเท่ากับการเข้าจดทะเบียนใหม่ (New Listing) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพใกล้เคียงกัน โดยการปรับปรุงในข้อ 2-4 จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์-หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน”
นางดวงรัตน์ สมุทวณิช ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานกำกับบริษัทจดทะเบียนและตราสารอื่น ตลท. กล่าวว่า ตลท.จะเริ่มใช้มาตรการยกระดับการเตือนนักลงทุนด้วยการขึ้นเครื่องหมายในชุด C คาดว่าจะมีหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย C เพิ่มขึ้นอีก 50 บริษัท จากปัจจุบันที่มีหุ้นที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย C จำนวน 19 บริษัท ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2567
นางดวงรัตน์กล่าวว่า เครื่องหมายแรกจะขึ้นเป็น CB เพื่อแจ้งให้นักลงทุนทราบว่า บจ.นั้นๆ มีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว หรือศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หรือขาดทุนต่อเนี่อง 3 ปีจนส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่าทุนชำระแล้ว หรือผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ หรือมีรายได้จากการดำเนินงานต่ำกว่า 100 ล้านบาทสำหรับ บจ.ใน SET และน้อยกว่า 50 ล้านบาทสำหรับ บจ.ใน mai ซึ่งมีหุ้น บจ.ที่จะเข้าข่ายการถูกขึ้นเครื่องหมายจำนวนมาก ส่วนเครื่องหมาย C ประเภทอื่นๆ ได้แก่ CS, CC และ CF จะทยอยตามมาทีหลัง เพื่อแจ้งให้กับนักลงทุนได้ทราบข้อมูลที่ควรนำไปพิจารณาลงทุน และหุ้นที่ถูกเครื่องหมาย CB, CS, CC และ CF จะต้องซื้อขายด้วยบัญชี Cash balance และต้องจัด Public presentation ภายใน 15 วัน และทุกไตรมาสจนกว่าจะแก้ไขเหตุได้
“หุ้นที่เข้าเกณฑ์ถูกเพิกถอน ที่มีอยู่ประมาณ 20 บริษัท หลังจากยกระดับมาตรการเตือนนักลงทุนแล้ว มองว่าจะไม่กระทบต่อ บจ.ที่เข้าข่ายการถูกเพิกถอนมากนัก ถือเป็นโอกาสให้บริษัทเหล่านั้นมีเวลาปรับปรุง แก้ไข และตื่นตัว ซึ่งคาดหวังให้ บจ.ที่เข้าข่ายถูกเพิกถอนพยายามปรับปรุงแก้ เพื่อไม่ให้ขึ้นขั้นเพิกถอนออกไปจากตลาดหุ้นจริงๆ” นางดวงรัตน์กล่าว

