หน้าแรก เศรษฐกิจ อุตสมุนไพรขอบ...

อุตสมุนไพรขอบอร์ดซอฟต์พาวเวอร์หนุน ชง 4 ข้อขึ้นส่งออกท็อป 10 โลก

20.02.24 | 20:00 น.

อุตสมุนไพรขอบอร์ดซอฟต์พาวเวอร์หนุน ขอรัฐ4ข้อลุ้นส่งออกท็อป10โลก ชูอีโคโนมีแชริ่งรัฐช่วยวิจัย

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรคนใหม่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงนโยบายผลักดันสมุนไพรเป็น ซอฟต์เพาเวอร์ไทย ว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งมีนโยบายที่ต้องการให้สมุนไพรไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีมาตรฐานใหม่ที่ทั่วโลกยอมรับ เพิ่มรายได้การส่งออกของไทย โดยต้องการให้ คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ สาขาอาหาร พิจารณาสมุนไพรไทย เป็นวาระหลักในการสนับสนุนเช่นเดียวกับกลุ่มอาหาร เพราะสมุนไพรไทยหลายชนิดเป็นวัตดุดิบหลักในการประกอบการอาหาร และปัจจุบันกระจายอยู่ทั่วโลก เพียงแต่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ทำให้มูลค่าส่งออกไม่มาก เพราะบางส่วนรวมในกลุ่มอาหาร ขณะที่กลุ่มสมุนไพรตรงยังขาดเรื่องมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ จึงกระทบต่อการส่งออก

“ดังนั้นภายในเดือนมีนาคมนี้จะเร่งหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานส.อ.ท. เสนอแนวทางทั้งหมด เพื่อให้ประธานส.อ.ท.นำเสนอรัฐบาลและคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ต่อไป โดยปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร มีสมาชิกกว่า 70 ราย เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดสมุนไพร แต่มีผู้ผลิตทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย กระจายในสมาคมและกลุ่มต่างๆ ซึ่งกลุ่มสมุนไพรหารือร่วมกันตลอด”นายสิทธิชัยกล่าว

การเดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทยเป็นซอฟต์เพาเวอร์ จะสร้างโอกาสให้กับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมสมุนไพร อาทิ เกษตรกรผู้ปลูกที่จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและยั่งยืนขึ้น เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยสมุนไพรไทยมีศักยภาพสูงในตลาดโลก เพราะมีความหลากหลายของสายพันธุ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง จากข้อมูลตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลก ปัจจุบันมีมูลค่า 60,165.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ปี 2573 ทะลุ 2.7 ล้านล้านบาท ตลาดหลักอยู่ในภูมิภาคเอเชียถึง 57.6 % อเมริกา 22.1 % ยุโรป 22.1 % ยุโรป 18 % ตะวันออกกลาง 1.5% ออสเตรเลีย 0.9% ขณะที่ไทยส่งออกพืชสมุนไพร ปี 2566 ประมาณ 488,970 ล้านบาท เป็นผู้นำการส่งออกสมุนไพรอันดับ 1 ของอาเซียน แต่ในตลาดโลกยังไม่ติด 1 ใน 10 เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานการผลิต จำเป็นต้องให้หน่วยงานเข้าแก้ปัญหา และสนับสนุนโดยด่วน

Advertisement

นายสิทธิชัย กล่าวว่า จากศักยภาพของไทยและโอกาสที่สามารถทำได้แต่ต้องได้ความช่วยเหลือจากภาครัฐ ทั้ง 1.การผลักดันเป็นวาระหลักของซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร 2.ขอให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยพาผู้ประกอบการร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด การส่งออกไปทั่วโลก 3.ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือด้านแหล่งทุน เพราะปัจจุบันมาตรฐานระดับโลกต่างๆจะพิจารณาจากขนาดโรงงาน เครื่องจักร ทำให้ปัจจุบันมีประมาณ 30 โรงงานที่ได้มาตรฐานโลกจากมูลค่าโรงงานหลายสิบล้านบาทไม่รวมที่ดิน 4.อยากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียน ทั้งการขึ้นทะเบียนเพื่อขายในประเทศและส่งออก เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการและลดต้นทุนประกอบการ

นอกจากนี้กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรยังมีกำหนดกลยุทธ์ในการยกระดับสมุนไพรไทยผ่าน “Economy Sharing” ด้วยการผนึกความร่วมมือ รัฐ-เอกชน มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง อาทิ การสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงการวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษา และสร้างพันธมิตรเพื่อรวมกลุ่มเข้าถึงโรงงานการผลิตขนาดใหญ่ได้มาตรฐานสากล เนื่องจากปัจจุบันการส่งออกสมุนไพรไทยยังมีข้อจำกัดจากบางประเทศที่ไม่สามารถส่งออกไปได้ ขณะนี้ภาครัฐและเอกชนไทยจึงร่วมมือตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ เพื่อพัฒนายาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้จะส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงการผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐานด้วยการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Herbal extract medicine capsules and powder or Fa thalai chon (Andrographis Paniculata), Acanthaceae in wooden bowl on wooden background, Medical and healthcare concept

นายเมธา สิมะวรา อดีตประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ส.อ.ท. กล่าวว่า ได้ฝาก นายสิทธิชัย สานต่อภารกิจและต่อยอดแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 – 2567 ที่วางเป้าประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่ได้มาตรฐาน และมีการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ต่อยอดด้วยนวัตกรรมให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล 6 ด้านได้แก่ 1.การส่งเสริมสมุนไพรผ่านอาหารไทย จากครัวไทยสู่ครัวโลก 2.การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม 3. เน้นตลาดในประเทศและซีแอลเอ็มวี 4. ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยี5.ส่งเสริมให้ส่วนภูมิภาคใช้สมุนไพรเป็นกลไกการพัฒนา และ6. ส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสกัด เพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขัน เน้นผลักดันให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น