หน้าแรก เศรษฐกิจ อภิชาติ ซีอีโ...

อภิชาติ ซีอีโอใหม่ ลุย ’ซ่อมสร้าง’ LPN สู้ศึกอสังหา ยุคปลาโคตรใหญ่ กินปลากลาง ปลาเล็ก

22.02.24 | 17:58 น.

อภิชาติ ซีอีโอใหม่ ลุย ’ซ่อมสร้าง’ LPN สู้ศึกอสังหา ยุคปลาโคตรใหญ่ กินปลากลาง ปลาเล็ก


เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือLPN เปิดเผยว่า หลังเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะเดินหน้าแผนธุรกิจ คือ สร้างความสมดุลธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตด้านรายได้และผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งก่อนหน้าLPN เคยถึงจุดสูงสุดมีรายได้ 20,000 ล้านบาทและกำไร 2,300 ล้านบาท แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินการของบริษัทอยู่ในภาวะถดถอย

“ผมมีภารกิจเพื่อซ่อมสร้าง ให้กลับไปให้ดีกว่าเดิม ภายใต้การสื่อสารที่ว่า re balance ปรับสมดุลทุกอย่างให้มันสอดรับกับสิ่งที่ควรจะเป็น ผมเข้ามาจูนบริษัทให้ให้สามารถแข่งขันได้ ผมมีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน จะให้ความสำคัยกับการบริหารโครงสร้างทางการเงิน และบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ขณะเดียวกันมองหาธุรกิจอื่นๆที่จะสร้างรายได้ ไม่ใช่ธุรกิจอสังหาฯอย่างเดียว”นายอภิชาติกล่าว

นายอภิชาติกล่าวว่า สิ่งที่จะทำคือบริหารพอร์ตโฟลิโอให้เกิดสมดุล ปัจจุบันบริษัทมีสต๊อกพร้อมอยู่ ประมาณ 4,000-5,000 ยูนิต มูลค่า 11,000 ล้านบาท กระจายในกรุงเทพฯ ชะอำ อุดรธานี คาดจะเคลียร์ให้หมดภาายใน 3-5 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงภาระดอกเบี้ย โดยสต๊อก 70-80% เป็นคอนโดราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีปัญหาเรื่องรีเจ็กต์เรตสูง 40% โดยปีนี้จะนำคอนโด 1,800 ยูนิต มาลดราคา 20-25% รวมถึงมองหาโอกาสทำตลาดต่างชาติ ตั้งเป้ามีรายได้จากสินค้าค้าคงเหลือ 4,500-5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ทำได้ 4,000 ล้านบาท

Advertisement

“สต็อกที่มีอยู่มาก มาจาก 2 เรื่อง คือ กู้ไม่ผ่าน และการแข่งขันการตลาดสู้คนอื่นไม่ได้เมื่อก่อนอาจจะเน้นสปีด คือ เร่งซื้อที่ดิน ก่อสร้าง แต่ตอนนี้สปีดไม่จำเป็นแล้ว สิ่งสำคัญคือการดีไซน์ที่รับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เพราะปัจจุบันคอนโดเรามีขนาดเล็กมาก 23-24 ตารางเมตร จากเดิม 30 ตารางเมตร ต่อไปต้องกลับมาดูกันใหม่ ผมเข้ามาจะทำให้กลมกล่อมมากขึ้น ทั้งเป้ายอดขาย รายได้ การพัฒนาโครงการ ทำเท่าที่ทำได้ ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เป็น sunrise แต่ผู้ประกอบการไทยเก่ง “นายอภิชาติกล่าว

นายอภิชาติกล่าวว่า โดยปี 2567 จะเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 6,520 ล้านบาท เป็นแนวราบ 5 โครงการ มูลค่า 5,540 ล้านบาท ที่นครปฐม สุขุมวิท77 กรุงเทพกรีฑา นนทบุรี1 และราชพฤกษ์ตัดใหม่ ระดับราคา 2-30 ล้านบาทและคอนโดมิเนียม 1 โครงการที่วุฒากาศมูลค่า 980 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 85,000 บาท/ตารางเมตร ตั้งเป้ายอดขาย 11,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2566 มีรายได้การขายและบริการ 7,407 ล้านบาท เทียบปี 2565 ลดลง 28 % และกำไรสุทธิ 353 ล้านบาท ลดลด 42% จากปี 2565 มีกำไรสุทธิ 612 ล้านบาท

นายอภิชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีแผนจะร่วมทุนกับกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจลงทุนในประเทศไทย ทั้งการลงทุนในลักษณะร่วมทุนและแบบเทิร์นคีย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สนใจจะลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมที่พระราม3 รวมถึงเตรียมงบ 1,000-2,000 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดิน รองรับการพัฒนาโครงการใหม่

นายอภิชาติกล่าว่า ภายในปีนี้จะนำบริษัทในเครือ คือ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัดหรือLPP ดำเนินธุรกิจบริหารชุมชน มีรายได้เติบโตทุกปี โดยปีที่แล้วมีรายได้ 1,560 ล้านบาท เติบโต 80% กำไร 139 ล้านบาท เติบโต 23% เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

“ความยากของการทำอสังหาฯ คือ ปลาโคตรใหญ่ กินปลาใหญ่ ปลากลาง ปลาเล็ก เราเมื่อก่อนเคยเป็นปลาโคตรใหญ่ ตอนนี้เป็นปลากลาง ซึ่งอสังหาฯเป็นธุรกิจที่ใช้เงินเยอะ ภายใต้ภาวะดอกเบี้ยแพง จึงทำให้เป็นความยากในการทำธุรกิจในปัจจุบัน ตอนนี้เรามีหนี้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ถ้าเราเปลี่ยนสต๊อกที่มีอยู่เป็นเงินสดได้เร็ว จะเซฟเงินมหาศาล ”นายอภิชาติกล่าว