หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดสถิติ 6 ป...

เปิดสถิติ 6 ปี ต่างชาติช้อปคอนโดไทยกระฉูด 3 แสนล้าน ลุ้นวีซ่าฟรีถาวร ปลุก ‘จีน’ คัมแบ๊ก

25.02.24 | 15:00 น.

เปิดสถิติ 6 ปี ต่างชาติช้อปคอนโดไทยกระฉูด 3 แสนล้าน ลุ้นวีซ่าฟรีถาวร ปลุก ‘จีน’ คัมแบ๊ก

การกดปุ่มมาตรการ “วีซ่าฟรีถาวรไทย-จีน” วันที่ 1 มีนาคม 2567 นอกจากจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น

ปฎิเสธไม่ได้ว่า “ตลาดจีน” เป็นอีกหนึ่งความหวังของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่พร้อมโอน ที่หลายค่ายยังคงมีสต๊อกตกค้างอยู่ในมือจำนวนมาก

เมื่อกำลังซื้อในประเทศอ่อนแรง ติดกับดัก “วิกฤตรีเจ็กต์เรต” ดังนั้นตลาดต่างชาติจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในห่วงเวลานี้

Advertisement

“ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้มีคอนโดพร้อมอยู่พร้อมโอน 18,500 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นทำเลที่ต่างชาติชอบ โดยปีนี้ตั้งเป้ามียอดขายต่างชาติ 8,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วทำได้ 7,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2565 ถึง 102% หวังว่ารัฐบาลมีมาตรการวีซ่าฟรีถาวรกับจีนจะทำให้ตลาดคอนโดคึกคักมากยิ่งขึ้น เพราะลูกค้าหลักของอนันดายังเป็นจีนอยูที่ 43%

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ ช่วงต้นปีนี้แผ่วลง หวังว่าวีซ่าพรีถาวรไทย-จีนนอกจากช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวแล้ว หวังว่าจะช่วยตลาดคอนโดคึกคักขึ้น ซึ่งต่างชาติซื้อคอนโดของออริจิ้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไต้หวัน จีนฮ่องกง รัสเซีย เมียนมา ซื้อในกรุงเทพ ภูเก็ต ส่วนจีนจากแผ่นดินใหญ่ยังไม่มีเข้ามา

ด้าน “อุทัย อุทัยแสงสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายวีซ่าฟรีไทย-จีนถาวร ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามากขึ้น อาจจะมองหาซื้อคอนโดมิเนียมด้วย ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ามียอดขาย 7,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว เติบโต 15% ลูกค้าหลักยังเป็นจีน รัสเซีย เชื่อว่าภายในปีนี้ลูกค้าจีนจะกลับมามากขึ้นนี้

หากย้อนดูสถิติต่างชาติที่มาซื้อคอนโดมิเนียมในไทย มีข้อมูลที่น่าสนใจจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่เปิดเผยข้อมูลยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของต่างชาติทั่วประเทศ ย้อนหลัง 6 ปี (2561-2566) รวมทั้งสิ้นจำนวน 68,865 หน่วย มูลค่า 317,750 ล้านบาท

แยกเป็นปี 2561 มีจำนวน 13,568 หน่วย มูลค่า 57,251 ล้านบาท ปี2562 จำนวน 12,798 หน่วย มูลค่า50,610 ล้านบาท

ปี 2563 จำนวน 8,290 หน่วย มูลค่า 37,740 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 8,199 หน่วย มูลค่า 39,727 ล้านบาท

ปี 2565 จำนวน 11,561 หน่วย มูลค่า 59,261 ล้านบาท และปี 2566 จำนวน 14,449 หน่วย มูลค่า 73,161 ล้านบาท

โดย “ประเทศจีน” ยังคงครองอันดับ 1 ตลอด 6 ปี คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยเกือบ 50% ของยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่างชาติ โดยมีจำนวนรวม 37,987 หน่วย และมูลค่า 169,510 ล้านบาท

แยกเป็นปี 2561 จำนวน 7,916 หน่วย มูลค่า 31,059 ล้านบาท ปี2562 จำนวน 7,626 หน่วย มูลค่า 29,518 ล้านบาทปี 2563 จำนวน 5,257 หน่วย มูลค่า 22,889 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 4,867 หน่วย มูลค่า 22,874 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 5,707 หน่วย มูลค่า 29,038 ล้านบาท และปี 2566 จำนวน 6,614 หน่วย มูลค่า 34,132 ล้านบาท

รองลงมา “ประเทศรัสเซีย” แต่ในแง่มูลค่า มี “ประเทศฝรั่งเศส” และ “สหรัฐอเมริกา”มาเบียดในช่วงปี 2563 และปี 2564 ที่ประเทศรัสเซียร่วงไปอยู่อันดับ 4 และอันดับ7 จากนั้นสามารถครองเบอร์ 2 มาถึงปี 2566

ขณะที่ในแง่จำนวนหน่วย “ประเทศรัสเซีย” มียอดซื้อรวม 6 ปี จำนวน 4,386 หน่วย และมีมูลค่า 13,842 ล้านบาท

สำหรับประเทศที่กำลังมาแรง คือ “ประเทศเมียนมา” ดูจากสถิติล่าสุดปี 2566 พบว่าติดท็อป 5 มียอดโอนสูงสุด โดยอยู่อันดับ 4 จำนวน 564 หน่วย และมูลค่า 3,707 ล้านบาท และยังขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งที่ซื้อห้องชุดในราคาแพงสุด ในราคาเฉลี่ยต่อหน่วย 6.6 ล้านบาท