ททท.ดึง ‘สายการบิน’ รุกฮับท่องเที่ยว เพิ่มไฟลต์เมือง’หลัก-รอง’ กพท.-6แอร์ไลน์แก้ตั๋วแพง อสังหาเซ็งธปท.ไม่ลดดบ.เมินผ่อนแอลทีวี-ธุรกิจซึม
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประกาศทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) รวมถึงได้เชิญสายการบินพันธมิตรไม่น้อยกว่า 15 สายการบิน เส้นทางละ 12-15 รายมาประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน 2567 เพื่อร่วมงาน AIR-AMAZING THAILAND : THE AMAZING AIRLINE FAM TRIP ททท.ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว เพื่อเปิดเส้นทางบิน ขยายจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่ปลายทางเมืองหลักและเมืองรองในไทยเพิ่ม เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ททท.คาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มเส้นทางบินสู่จุดหมายปลายทางเมืองหลักและเมืองรอง ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกสายการบิน อาทิ การจัดสรรช่วงเวลาบิน การผ่อนปรนด้านสิทธิการบินเพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว การขยายจำนวนเที่ยวบิน เป็นโอกาสนำเสนอศักยภาพการจัดการบินของสนามบินและโอกาสทางการตลาดของแต่ละพื้นที่ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายพัฒนาเศรษฐกิจการบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการจัดทำค่าโดยสารราคาต่ำลงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 ว่า เป็นนโยบายเร่งด่วนของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ กพท.หารือ 6 สายการบินให้บริการเส้นทางภายในประเทศ ประกอบด้วย การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย ไทยไลอ้อนแอร์ นกแอร์ และไทยเวียตเจ็ท เบื้องต้นสายการบินจะเพิ่มตั๋วค่าโดยสารต่ำเข้าไปในตลาดด้วยการเพิ่มเที่ยวบินช่วงเช้าเวลา 05.00 น. ปรับเร็วขึ้นจากเดิม 06.00 น. และเพิ่มเที่ยวบินกลางคืนออกช้าขึ้นเป็นหลังเที่ยงคืน จะทำให้ผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้น จะดำเนินการในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการมาก อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น เป็นต้น ส่วนการปรับลดเพดานค่าโดยสารนั้นยังต้องหารืออีกสักระยะ
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดสังหาริมทรัพย์คงจะเหนื่อยมากยิ่งขึ้น หากไม่ปลดล็อกมาตรการแอลทีวีและลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากปัจจุบันด้วยหนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูง ทำให้สถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ให้กับกลุ่มระดับกลาง-ล่าง หรือกลุ่มบ้านระดับราคาต่ำ 3 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการต้องเจอกับปัญหายอดรีเจ็กต์เรต (ถูกปฏิเสธสินเชื่อ) ในอัตราสูง 40-50% อย่างมาตรการแอลทีวี ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุว่าจะทำให้เกิดการเก็งกำไรนั้น ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
นายอุทัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงนั้น ถ้าสามารถลดได้ จะช่วยลดภาระของผู้ผ่อนบ้านได้ ทำให้ผู้ต้องการมีบ้านสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
‘เรื่องดอกเบี้ยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณา เพราะดอกเบี้ยถือเป็นมาตรการเงินอย่างหนึ่ง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะคนทำธุรกิจหรือเป็นหนี้กับแบงก์อยู่เดือดร้อน คนที่เคยกู้เงินจะเข้าใจว่าดอกเบี้ยสูงมากจริงๆ’ นายอุทัยกล่าว

