หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยเข้าร่วมคว...

ไทยเข้าร่วมความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการลงทุน WTO ปลื้มปิดเจรจาทวิภาคี ดึงอุซเบกิสถานเป็นสมาชิกได้สำเร็จ

26.02.24 | 10:38 น.

ไทยเข้าร่วมความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการลงทุน WTO ปลื้มปิดเจรจาทวิภาคี ดึงอุซเบกิสถานเป็นสมาชิกได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกเปิดเผยว่า ไทยพร้อมสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) กว่า 120 ประเทศ ได้ประกาศความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการลงทุนเพื่อการพัฒนา (Agreement on Investment Facilitation for Development: IFD) ที่การประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 13 (MC13) หลังจากเริ่มเจรจามาตั้งแต่ปี 2561 จนเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566
ความตกลง IFD มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมาตรฐานและบรรยากาศในการอำนวยความสะดวกทางการลงทุนและการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยเฉพาะของประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและประเทศกำลังพัฒนา โดยความตกลงนี้จะไม่ครอบคลุมเรื่องการเปิดเสรี การคุ้มครอง และกรณีพิพาทด้านการลงทุน ลักษณะที่สำคัญอีกประการของ IFD คือเป็นความตกลงหลายฝ่าย (plurilateral agreement) แต่เปิดกว้างให้สมาชิก WTO อื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมเจรจามาเข้าเป็นสมาชิกได้

นางพิมพ์ชนก ระบุว่า ไทยไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาความตกลงตั้งแต่ปี 2561 แต่ได้เข้าร่วมในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะรูปแบบการเจรจาหลายฝ่ายมีความยืดหยุ่นที่เปิดให้เข้าร่วมเมื่อพร้อม ประกอบกับไทยมีข้อบทเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนในกรอบ FTA อยู่บ้างแล้ว จึงต้องการศึกษาแนวทางที่การเจรจา IFD จะพัฒนาไปว่าสอดคล้องกับแนวทางของไทยหรือไม่ ซึ่งหลังจากความตกลงเริ่มมีข้อบทครบ ไทยก็เห็นว่า ความตกลง IFD จะเป็นประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกให้ประเทศสมาชิก WTO รวมทั้งไทยในการออกไปลงทุนที่ประเทศอื่น โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด อีกทั้งไม่มีความขัดแย้งกับกฎระเบียบของไทย คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมความตกลงฉบับนี้ได้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้ ข้อกำหนดที่สำคัญของความตกลง IFD เช่น การกำหนดให้กระบวนการขออนุญาตต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป การมีกรอบเวลาสำหรับการพิจารณาคำขออนุญาตลงทุนที่ชัดเจน รวมทั้งผู้ลงทุนสามารถยื่นคำร้องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนที่มีคุณภาพจากต่างชาติให้เข้ามาในไทยให้มากขึ้น ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างงาน และถ่ายทอดเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันจะช่วยสร้างหลักประกันให้กับนักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิก WTO ว่าจะได้รับความสะดวกในการลงทุนที่ต่างประเทศด้วยเช่นเดียวกัน

“การประกาศความสำเร็จของความตกลง IFD ถือเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น สมาชิกยังตั้งเป้าผลักดันให้ความตกลงดังกล่าวถูกผนวกในรูปแบบความตกลงหลายฝ่ายซึ่งจะมีผลผูกพันประเทศที่เป็นภาคี พร้อมให้ประเทศนอกภาคีได้รับความสะดวกในการลงทุนด้วย โดยท้ายที่สุด สมาชิกมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ความตกลง IFD เป็นหนึ่งในความตกลงในรูปแบบพหุภาคีต่อไป” นางพิมพ์ชนกกล่าว

Advertisement

หากสมาชิกสามารถผนวกความตกลง IFD ภายใต้ความตกลง WTO ได้สำเร็จ จะสร้างประโยชน์ ให้กับประเทศสมาชิก WTO ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการส่งเสริมการมีธรรมาภิบาลที่ดีของภาครัฐในการทำหน้าที่กำกับดูแลและอำนวยความสะดวกการลงทุนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่าโลก และผลักดันการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในปี 2573 ต่อไป

นางพิมพ์ชนก กล่าวว่า ทั้งนี้ในการประชุมรัฐมนตรีการค้า WTO ครั้งที่ 13 (MC13) ที่ผ่านมาได้พบปะและหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนาย Azizbek A. Urunov ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีอุซเบกิสถานและหัวหน้าคณะการเจรจาการเข้าเป็นสมาชิก WTO โดยทั้งสองฝ่ายร่วมแสดงความยินดีที่สามารถปิดการเจรจาทวิภาคีภายใต้กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก WTO ของอุซเบกิสถานระหว่างสองประเทศได้แล้ว พร้อมหารือแนวทางเพื่อสนับสนุนให้อุซเบกิสถานเข้าเป็นสมาชิก WTO โดยเร็ว ต่อจากสหภาพคอโมโรสและติมอร์-เลสเต ที่เข้าเป็นสมาชิกล่าสุดของ WTO และจะมีการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ ในการประชุม MC13

“ขอบคุณที่อุซเบกิสถานยอมรับข้อเรียกร้องการเปิดตลาดล่าสุดของไทย สำหรับสินค้า 2 กลุ่ม คือ พลาสติกและชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย และอุซเบกิสถานถือเป็นตลาดการส่งออกที่มีศักยภาพของไทยในเอเชียกลาง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มยานยนต์และยานพาหนะแต่ยังมีมูลค่าการค้าระหว่างกันไม่มากนัก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จในการเจรจาเปิดตลาดระหว่างไทยและอุซเบกิสถานในวันนี้ จะขยายโอกาสทางการค้าและสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมดังกล่าวเพื่อประโยชน์ร่วมกันต่อไป”

นอกจากการเจรจาสองฝ่ายกับไทยแล้ว นาย Azizbek ได้แจ้งความคืบหน้าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาทวิภาคีอีกประมาณ 10 ประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ทยอยปิดการเจรจาแล้วกับหลายประเทศและมีแผนจะลงนาม    ในพิธีสารการเจรจาทวิภาคีกับคู่ค้าศักยภาพเพิ่มเติมอีก 3 ประเทศเร็วๆ นี้ โดยขอให้ไทยช่วยสนับสนุนในการประชุมคณะทำงานการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิก WTO ของอุซเบกิสถานที่จะจัดขึ้นในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2567 และผลักดันการดำเนินการภายในประเทศเพื่อให้ลงนามพิธีสารระหว่างกันในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ อุซเบกิสถานให้ความสำคัญกับการเข้าเป็นสมาชิก WTO เป็นอย่างมาก เพื่อผนวกเศรษฐกิจของประเทศเข้ากับกลไกการค้าโลก โดยได้มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเพื่อเปิดเสรีทางการค้าเพิ่มขึ้น และปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ภายใต้ WTO

ในปี 2566 อุซเบกิสถานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 103 ของไทยในโลก โดยการค้ารวมมีมูลค่า 106.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.0186 ของการค้าไทยในตลาดโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ร้อยละ 92.81 และไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 87.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อเนื่องมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอุซเบกิสสถาน อาทิ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขณะที่ ไทยนำเข้าสินค้าสำคัญจากอุซเบกิสถาน อาทิ ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ