อิมแพ็คคึก อีเวนต์ คอนเสิร์ตไทย-เทศ จองพื้นที่แน่นถึงสิ้นปี
นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์ในไทยปี 2567 มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี สะท้อนจากจำนวนการจัดงานในทุกกลุ่ม ทั้งการจัดประชุม การจัดประชุมนานาชาติ ธุรกิจการจัดงานท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดงานแสดงสินค้า นิทรรศการ คอนเสิร์ตที่คึกคักตั้งแต่ต้นปีและมีแนวโน้มจะดีขึ้นต่อเนื่องตลอดปีนี้

“สอดรับกับผลการวิจัยของ Global Data คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกจะฟื้นตัวเต็มที่ในปี 2568 จากแนวโน้มการเดินทางระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดถึง 68% ในปี2565 และโตขึ้นต่อเนื่องจนปี2568 ที่จะมียอดการเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 100% ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลก” นายพอลล์กล่าว
นายพอลล์กล่าวว่า ในส่วนของอิมแพ็ค เมืองทองธานี มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันมียอดจองพื้นที่จัดงานเข้ามาแล้ว 80-90% เทียบเท่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด จากการจัดงานทุกกลุ่ม อาทิ การจัดประชุม การจัดประชุมนานาชาติทั้งระดับองค์กรและระดับใหญ่ และยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากผู้จัดงานใหญ่ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะเพิ่มเข้ามาในอนาคต

นายพอลล์กล่าวว่า สำหรับช่วงครึ่งปีแรกตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน 2567 มียอดการจัดงานทุกประเภทรวมกว่า 290 งาน โดยมีงานใหญ่ที่เป็นไฮไลต์ เช่น บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (27 มีนาคม-7เมษายนนี้ ,งาน IMPACT X เชลล์ชวนชิม อีเวนต์แนวใหม่ที่นำเสนอความหลากหลายของอาหารไทยทั้งแบบดั้งเดิมและปัจจุบัน สนุกไปกับการนำร้านเด็ด ร้านดังมาให้ทุกคนได้ลิ้มลองความอร่อยแบบจุใจ ณ ลานหน้า อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 29 มีนาคม- 7 เมษายนนี้ ,งานแสดงสินค้า อุตสาหกรรมจักรปัก พิมพ์สกรีนและสิ่งทอไทย ครั้งที่ 8 (วันที่28-31 มีนาคม,งานสถาปนิก’67 วันที่ 30 เมษายน- 5 พฤษภาคม, งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชียแปซิฟิก THAIFEX – Anuga Asia (28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน เป็นต้น
“ยอดจองพื้นที่สำหรับจัดคอนเสิร์ตต่างประเทศและไทย ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ไฮไลต์ อย่าง อิมแพ็ค อารีน่า ถือว่ามียอดจองเกือบเต็มแล้ว จนทำให้ทางศูนย์ฯ ต้องขยายพื้นที่จัดคอนเสิร์ตในอาคารชาเลนเจอร์และอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เพิ่ม ซึ่งบางวันต้องรองรับการจัดคอนเสิร์ตในพื้นที่มากถึง 3 งาน” นายพอลล์กล่าว

นายพอลล์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 คาดการณ์ว่า จำนวนการจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมสัมมนาจะคึกคักขึ้นอีก เนื่องจากแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้จัดงานปรับตัวดีขึ้น จากสถานการณ์โดยรวมที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ทางศูนย์ฯ มีศักยภาพสามารถรองรับผู้จัดงานได้หลากหลาย ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของผู้จัดงาน
รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ การเดินทางสะดวกจากสนามบินดอนเมืองมายังศูนย์ฯ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที รถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เปิดให้บริการแล้ว สำหรับส่วนต่อขยายจำนวน 2 สถานีที่จะเชื่อมต่อเข้ามาพื้นเที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2568 และมีโรงแรมระดับ 4 ในพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 960 ห้อง พร้อมกิจกรรมสันทนาการ
“โดยรวมแล้วปีนี้ จำนวนการจัดงานภายในศูนย์ฯ กลับมาเติบโตเทียบเท่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ถือเป็นการขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้จัดงานขนาดใหญ่กลับมาจัดงานมากขึ้น ขณะที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ซึ่งปีนี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเดินหน้าพัฒนาศูนย์ฯ มากขึ้นทุกมิติ เพื่อรองรับการเติบโตที่เกิดขึ้น คาดว่าครึ่งปีแรกนี้จะได้เห็นความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ และการลงทุนใหม่ ๆ ที่ชัดเจนขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแรงให้แก่ธุรกิจในระยะยาว”นายพอลล์กล่าว

