เดือนเดียว 1,200 ล้าน ‘โบทานิก้า’ ทุบสถิติยอดขาย ‘พูลวิลล่า’ เกาะภูเก็ต คาดปีนี้ทะลุเป้าหมื่นล้าน
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด เปิดเผยว่า โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า ได้การพัฒนาโครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีในจังหวัดภูเก็ตมากว่า 20 ปี ถึงปัจจุบันพัฒนามาแล้วกว่า 27 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 52,000 ล้านบาท แต่ละโครงการที่พัฒนามีความโดดเด่นทั้งการออกแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย มาพร้อมการจัดแลนด์สเคปที่งดงามชูดีไซน์โดดเด่นของตัวบ้านที่รังสรรค์ความสงบเป็นส่วนตัว โดยทุกโครงการที่พัฒนาขึ้นล้วนตั้งอยู่ในพื้นที่ไพรม์โลเคชั่น
นายอรรถสิทธิ์กล่าวว่า การพัฒนาทุกโปรเจ็กต์โดยคำนึงถึง 3 พื้นฐานหลักเพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ผู้อยู่อาศัย ได้แก่ 1.Nature ทุกดีเทลในการดีไซน์ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด
2.Design เราเข้าใจดีว่าทุกคนมีความชอบและสไตล์ที่แตกต่างกัน เราจึงนำเสนอวิลล่าหรูผ่านดีไซน์หลัก 4 แบบไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็น Tropical Balinese Design, Modern Luxury Design, Modern Loft Design และ Ultra-Luxury Design
3.Quality วิลล่าทุกหลังของโครงการรมาจากวัสดุพรีเมียม ลูกค้าสามารถมั่นใจในคุณภาพของทั้งงานโครงสร้างและทุกรายละเอียดของการตกแต่ง ผนวกกับทำเลที่ตั้งใกล้ทั้งทะเล ธรรมชาติ และใกล้สิ่ง
อำนวยความสะดวกครบครันภายในเกาะ

นายอรรถสิทธิ์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ช่วยขับเคลื่อนด้านยอดขายที่ทุบสถิติสำหรับยอดขายเดือนมกราคม 2567 ที่ 1,200 ล้านบาท ซึ่งทุบสถิติของเกาะภูเก็ต โดยวิลล่าที่ขายได้มากที่สุดคือสไตล์ Modern Luxury เรียบหรูงดงามทันสมัย ตอบโจทย์ผู้ที่ชอบบ้านสวยในสไตล์เปิดโล่งมองเห็นวิวธรรมชาติด้านนอกได้อย่างเต็มที่ ส่วนโครงการที่ขายได้มากสุด 3 อันดับแรกในเดือนมกราคม ได้แก่ Botanica Grand Avenue, Botanica Four Seasons และ Botanica Foresta โดยยอดขายมาจากลูกค้าต่างชาติและคนไทย
“จากยอดขายที่ล้นหลามในเดือนมกราคม มั่นใจว่าปีนี้จะขายวิลล่าได้มากกว่า 350 หลัง รวมเป็นยอดขายกว่า 1 หมื่นล้านบาทตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน จากที่เคยทำยอดขายหลังโควิดในปี 2565 ได้ถึง 5,500 ล้าน ปีนี้จึงตั้งเป้าทำผลงานยอดขายสูงขึ้น 50% “นายอรรถสิทธิ์กล่าว
นายอรรถสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดวิลล่าลักชัวรียังมีทิศทางการเติบโตที่ดีในปีนี้ และภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งใน Top 5 เมืองที่ชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวและอยู่อาศัย ด้วยความงดงามของธรรมชาติและความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน ในฐานะดีเวลลอปเปอร์ คาดว่าจะมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้นตามดีมานด์ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้เมื่อไม่นานมานี้ คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ระบุตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเกาะภูเก็ตจะยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่องในปี 2567 ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่มากมายเพื่อตอบรับดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะทำเลยอดนิยมย่านบางเทา เชิงทะเล พื้นที่โดยรอบลากูน่า และหาดกมลา
อีกทั้งยังระบุอสังหาฯ ในภูเก็ตให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ค่อนข้างสูง และราคาที่ดินในพื้นที่เกาะภูเก็ตมีการปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะที่ดินที่ใกล้ทะเลหรือติดชายหาด พบว่ามีราคาเสนอขายที่สูงกว่า 100 ล้านบาทต่อไร่ ในภาพรวมตลาดบ้านพักตากอากาศหรือวิลล่า พบว่าในปี 2566 โครงการบ้านพักตากอากาศหลายโครงการสามารถปิดยอดการขายได้มากกว่าร้อยละ 80 เพียงแค่ในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากการเปิดขายเท่านั้น โดยผู้ซื้อมีทั้งแบบซื้อเพื่อการลงทุนและการอยู่อาศัย




