สั่งย้าย ‘รองอธิบดีสุภัฒ’ ช่วยงานสำนักปลัดฯรอผลสอบ เจ้าตัวรับเสียใจ ขอโทษคนไทย

สุภัฒ สงวนดีกุล

วันนี้ (29 มกราคม) นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้รับการติดต่อจากนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว หลังได้รับการปล่อยตัวจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ รองอธิบดีได้กล่าวยอมรับและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอโทษผู้บังคับบัญชาและเพื่อนข้าราชการ ตลอดจนคนไทยทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ที่เป็นธุระติดต่อประสานงานกับทางการของประเทศญี่ปุ่นตลอดระยะเวลาที่ข้าราชการคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวอยู่”

นางอภิรดีกล่าวว่า สำหรับกระทรวงฯได้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ และหากกระบวนการสอบมีข้อสงสัยสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้คำปรึกษา โดยตั้งเป้าตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นจะเสนอผลการตรวจสอบต่อผู้บังคับบัญชา และดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป ระหว่างการตรวจสอบ กระทรวงฯได้มีคำสั่งให้ข้าราชการคนดังกล่าวไปช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 30 มกราคมนี้ จะหารือร่วมกับนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ทุกอย่างมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว โดยจะลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในวันเดียวกันนี้ด้วย

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนี้นอกจากจะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างของสังคมออนไลน์แล้ว เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เองก็มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเช่นกัน โดยมองถึงภาพลักษณ์ของกระทรวงพาณิชย์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าการจะทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงพาณิชย์กลับมาดีขึ้นได้นั้น คณะกรรมการฯจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสที่สุด เพราะเป็นกรณีที่สังคมกำลังจับตามอง และมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับคนที่ไม่เห็นด้วยต่อกรณีการให้ปลดออกจากตำแหน่ง เพราะถึงแม้ว่าจะปลดจากตำแหน่งหรือลาออกไปแล้ว แต่กระบวนการสอบสวนยังต้องดำเนินต่อจนได้ข้อยุติ สำหรับโทษทางวินัยตามหลักเกณฑ์ของระบบราชการจะมีความผิด 5 ระดับ ไล่จากเบาที่สุดไปจนถึงโทษร้ายแรงที่สุด คือ ภาคทัณฑ์ ลดเงินเดือน ตัดเงินเดือน ให้ออก และไล่ออก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปรี๊ดแตก! ‘แอปเปิ้ล สีสะเหงียน’ จวกคนด่า ‘น้ำตาล’ หน้าลาว ย้ำ “กูนี่แหละค่ะ ลาว 100%”
บทความถัดไปว่ายน้ำเร่งทำแผนยุทธศาสตร์4ปี-ชงกกท.รื้อระบบบู๊กีฬาแห่งชาติ