ตั้งคำถามลับ ลวง พราง ไปอย่างนั้นเองค่ะ บ้านสีดำที่กำลังจะชวนคุยในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์แม้แต่นิดเดียว
เดิมทีตั้งใจจะ round up (หมายถึงรวบรวมข้อมูลให้ทันสมัย) ประเด็นบ้านผู้มีรายได้น้อยหรือบ้านคนจน ซึ่งตอนนี้รัฐบาลทั่นเรียกว่า “บ้านประชารัฐ” อย่างเป็นทางการ เพราะตั้งแต่ประกาศว่าจะทำตอนนี้ปาเข้าไป 5 เดือนแล้ว ตัวนโยบายยังไม่นิ่ง เดี๋ยวปรับโน่นเติมนี่ อย่ากระนั้นเลย อดใจรอให้ทุกอย่าง 100% ก่อนแล้วจะนำมาเล่าให้ฟังอีกที
สำหรับเรื่องราวบ้านสีดำ ถือว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับการสร้างบ้านผู้มีรายได้น้อย คิดว่าน่าจะพอกล้อมแกล้มได้ค่ะ เพราะต้นตอไปสอบถามมาจากบริษัทพัฒนาที่ดิน ความจริงต้องบอกว่าไปต่อว่าเขาซะมากกว่า ถามเขาแบบไม่กลัวโกรธว่าทำไมเอกชนไม่ยอมให้ความร่วมมือรัฐบาลในการสร้างบ้านคนจน โห ถามไปนิดเดียวเองตอบมาซะเยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องบ้านสีดำนี่เอง
เข้าเรื่องเลยดีกว่า บ้านสีดำเป็นคำนิยามคดีการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ที่ลักไก่หรือเลี่ยงกฎหมายจัดสรร ก่อนหน้านี้…หมายถึงก่อนหน้าปี 2543 การขออนุญาตจัดสรรโครงการประเภททาวน์เฮาส์จะมีกฎหมายระบุวิธีปฏิบัติไว้ว่า ทาวน์เฮาส์ทุกๆ 80 เมตร จะต้องเว้นช่องว่าง 4 เมตร
แปลว่าอะไรล่ะทีนี้ ก็แปลว่าถ้าทำทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง 4 เมตร จำนวน 20 หลัง จะเท่ากับความยาว 80 เมตร กฎหมายบังคับให้เว้นช่องว่าง 4 เมตร จากนั้นจึงจะเริ่มต้นนับความยาว 80 เมตรใหม่อีกรอบ
ปัญหาเกิดขึ้นคือมีผู้ประกอบการน้ำครำ (เปรียบเปรยค่ะ หมายถึงผู้ประกอบการนิสัยไม่ดี) ลักไก่สร้างยาวติดกันเป็นพืดโดยไม่ได้เว้นช่องว่าง 4 เมตร ต่อมาไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้ไปตรวจสอบแล้วเจอจนกระทั่งมีการออกคำสั่งโดยหน่วยงานรัฐว่าจะต้องมีการรื้อถอนทาวน์เฮาส์ 1 ห้อง เพื่อให้ถูกกฎหมาย 80 เมตร เว้น 4 เมตร
ในอดีตคดีนี้โจ๋งครึ่มมาก แต่ที่โจ๋งครึ่มยิ่งกว่าก็คือ กรณีนี้กลายเป็นตัวอย่างของคำอธิบายว่า “ทฤษฎีสมคบคิด” (ฮา) เหตุผลเพราะผู้ซื้อก็ซื้อด้วยความไม่รู้ สถาบันการเงินที่ให้กู้ก็รับทาวน์เฮาส์หลังที่เป็นปัญหาไว้เป็นหลักประกันเงินกู้ เพราะยึดหลักว่าตรูบริสุทธิ์ใจ มีหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ ไม่ได้มีหน้าที่มาตรวจสอบว่าสร้างถูกกฎหมายป่ะ
สรุปแว่ เอ๊ย สรุปว่า พอเกิดคดีบ้านสีดำขึ้นมา คราวนี้ไม่ต้องรอให้ผู้บริโภคร้องเรียนขึ้นมา ก็มีกรรมการทั่นหนึ่ง (ไม่ระบุนาม) ทบทวนกฎหมายขออนุญาตจัดสรรทาวน์เฮาส์ใหม่
ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในเรื่อง 80 เมตร ให้เว้นช่องว่าง 4 เมตร โดยให้ลดเหลือ ทุกๆ 40 เมตร ให้เว้น 4 เมตร
แต่ยังได้ควบคุมลึกไปถึงการสร้างเงื่อนไขปิดตาย (เดดล็อก) ว่า ช่องว่าง 4 เมตรดังกล่าวให้เทคอนกรีตด้วย
อ่านกฎหมายอย่างนี้ ร้อยทั้งร้อยผู้บริโภคไม่มีทางรู้เรื่องหรอกว่ามันสำคัญยังไง แต่สำหรับผู้ประกอบการมันมีผลต่อต้นทุนอย่างมหาศาล ว่ากันว่าทำให้ต้นทุนพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง นับตั้งแต่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2543 เป็นต้นมา
ประการแรก แต่เดิมการเว้นช่องว่างทาวน์เฮาส์ 4 เมตร วิธีการทำโดยไม่ผิดกฎหมายจัดสรรก็คือ “ห้องริม” หรือ “ห้องหัวมุม” ที่จะต้องเว้นช่องว่าง 4 เมตร ผู้ประกอบการจะใช้วิธีเว้นที่ว่าง 2 เมตร พอห้องริม 2 ห้องมาเจอกันก็จะได้ที่ว่างหรือช่องว่าง 4 เมตรพอดี โจทย์คือเป็น “พื้นที่ขาย” เพราะเอาการเว้นช่องว่างไปซ่อนไว้ในทาวน์เฮาส์ห้องริมนั่นเอง (กฎหมายเก่าบอกว่าช่องว่าง 4 เมตรห้ามสร้างอาคาร ไม่ได้ห้ามขาย)
แต่พอกฎหมายไปควบคุมว่า ช่องว่าง 4 เมตรจะต้องเทคอนกรีต มีผลทำให้ช่องว่างดังกล่าวกลายเป็น “พื้นที่ส่วนกลาง” โดยอัตโนมัติ กลายเป็นถนนซอย หรือไม่ก็ถนนเว้าใช้สำหรับเป็นที่กลับรถประจำซอย ไม่ใช่พื้นที่ขายอีกต่อไป
แนวทางนี้ทำให้แปลงที่ดินเท่าเดิมจะแบ่งจำนวนยูนิตได้น้อยลง หรือถ้าจะทำจำนวนยูนิตเท่าเดิม จำเป็นจะต้องซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น
ประการต่อมา ผลของการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง ทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง 4 เมตรไม่ได้รับความนิยม หันไปแข่งหน้ากว้างเริ่ม 5 เมตร สาเหตุเพื่อให้จอดรถได้ 2 คัน รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
นั่นหมายความว่า ถ้าทำทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง 5 เมตร หนึ่งล็อกจะทำได้ 8 หลัง (กฎหมายคุม 40 เมตร เว้นช่องว่าง 4 เมตร), หน้ากว้าง 5.7 เมตร จะแบ่งแปลงได้ 7 หลัง และหน้ากว้าง 6 เมตร จะแบ่งแปลงได้ล็อกละ 6 หลัง ถ้าหากที่ดินเท่าเดิมแต่แบ่งแปลงได้น้อยลง ราคาย่อมแพงขึ้นเป็นธรรมดา
ทั้งหมดนี้เป็นคำอธิบาย (ของผู้ประกอบการ) ว่า คดีบ้านสีดำในอดีต ตามมาหลอกหลอนทำให้ต้นทุนส่วนหนึ่งในการสร้างทาวน์เฮาส์แพงขึ้น จนไม่สามารถทำบ้านประชารัฐขายในราคาหลังละ 7-9 แสนตามที่รัฐบาล คสช.ต้องการได้
ฟังแล้วอกจะแตกตาย อยากตะโกนถามใครก็ได้ดังๆ ว่า คนจนมีสิทธิมั้ยคร้าบ

