1 มี.ค. ‘เศรษฐา’ นัดโชว์วิชั่นปั้นฮับการบิน ทอท.โววางแผนงานเรียบร้อยแล้ว

29.02.24 | 08:50 น.

ทอท. เผย 1 มี.ค.นี้ นายกฯ เศรษฐา นัดโชว์วิชั่นปั้น ฮับการบิน โววางแผนงานเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. กล่าวว่า ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน และตั้งเป้าประเทศไทยจะก้าวไปเป็นที่ 1 ของภูมิภาค ในการนี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT จะจัดงานแถลงข่าว IGNITE THAILAND, AVIATION HUB เพื่อประกาศถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567

“จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทอท.มีแผนดำเนินการจัดทำและขั้นตอนต่างๆ ได้นำเสนอกับท่านนายกฯ ไปแล้ว ซึ่งรายละเอียดในแผนงานยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่จะมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ชัดเจนในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ซึ่งแถลงโดยท่านนายกฯ เอง” นายกีรติกล่าว

นายกีรติ กล่าวว่า กรณีที่ท่านนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารช่วงวันหยุดยาว และเพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารรอคิวในกระบวนการรวมที่จุดตรวจค้น และจุดตรวจหนังสือเดินทางเป็นเวลานาน นั้น ทอท.มีนโยบายเร่งด่วนในการปรับปรุงคุณภาพและเพิ่มความเร็วในการให้บริการ ดังนี้

1.จัดจ้างเจ้าหน้าที่สนับสนุนกระบวนการตรวจค้น และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในท่าอากาศยาน จำนวน 800 อัตรา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกต่อผู้โดยสารทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ภายในวันที่ 30 มีนาคมนี้

Advertisement

2.ประสานความร่วมมือจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.2) ในการจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจลงตราให้เต็มทุกเคาน์เตอร์ก่อนเข้าสู่ชั่วโมงคับคั่ง และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งทาง ตม.2 ได้บรรจุเจ้าหน้าที่ใหม่แล้วจำนวน 200 อัตรา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการอบรมภาคทฤษฎีคาดว่าจะสามารถ เริ่มปฏิบัติงานได้จริงตั้งแต่ 1 มีนาคมนี้ รวมทั้งยังมีแผนที่จะขอบรรจุอัตรากำลังเพิ่มอีก 400 อัตรา รวมเป็น 600 อัตราภายในปีนี้

3.ติดตั้งระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic channels) ทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้า และขาออกเพิ่มเติม ตลอดจนพัฒนาซอฟต์แวร์ของระบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จำนวน 80 ช่องตรวจ โดยจะติดตั้งระบบ 20 ชุดแรก ภายในวันที่ 15 มิถุนายนปีนี้ และจะติดตั้งให้แล้วเสร็จทั้งหมด ภายในวันที่ 15 กรกฏาคมนี้

4.ประสานความร่วมมือในการขออนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการตรวจค้นให้สอดรับกับรูปแบบการเดินทางในปัจจุบัน เช่น การตรวจแบตสำรอง (เพาเวอร์แบงค์) รวมถึงการลดขั้นตอนการถอดรองเท้าของผู้โดยสาร

ทั้งนี้ เพิ่มความรวดเร็วในการเช็กอินของสายการบิน โดย ทสภ.ได้นำระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (CUPPS) ประกอบด้วยบริการอัตโนมัติหลายระบบ มาให้บริการ ณ บริเวณโถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 อาคารผู้โดยสาร เน้นการให้ผู้โดยสารใช้บริการด้วยตนเอง ลดการรอคิว อาทิ ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (CUSS) ระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD)

“นอกจากนี้ ทสภ.ยังร่วมกับสายการบินจำนวน 24 สายการบิน เปิดให้ผู้โดยสารสามารถทำการเช็กอินก่อนเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้โดยสารบริหารการเดินทางได้ก่อนออกเดินทาง และลดความแออัดบริเวณโถงผู้โดยสารขาออกด้วย” นายกีรติ กล่าว

วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการเกษตรการคลังโพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น x เชิญชวนให้ร่วมรับฟัง แผนพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการบินการขนส่งของภูมิภาค พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 09:30 น. ว่า “ระเบิดศักยภาพประเทศไทย ท่าอากาศยานไทยนำโดยกระทรวงคมนาคมขานรับนโยบาย ตั้งเป้าหมายศูนย์กลางการบินของโลก(airplain) และเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าแห่งภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของโลก

ร่วมฟังแผนพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการบินการขนส่งของภูมิภาค พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 09:30 น.ผ่านทางโทรทัศน์ ช่อง 2 NBT2HD และ NBT11 ช่องทางออนไลน์ FACEBOOK และ YOUTUBE: Live NBT2HD FACEBOOK: เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin FACEBOOK: ไทยคู่ฟ้า

ด้าน นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายเศรษฐา จะแถลงแผนพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการบินการขนส่งของภูมิภาค ในวันที่ 1 มีนาคมนีั เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยภายในงาน Ignite Thailand สัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีได้ทิ้งท้ายไว้ว่าในวันที่ 1 มีนาคม จะมาลงรายละเอียดแผนการพัฒนาระบบการบิน Aviation Hub ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายอุตสาหกรรม 8 ด้าน ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ซึ่งรัฐบาลเราทำจริง ทำเป็น และกำลังดำเนินการตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ เพื่อผลักดัน ขยายสุวรรณภูมิให้เป็น Hub ใหญ่ระดับโลก

“นายกรัฐมนตรีจะมาเล่าถึงแผนการทำงานครับ ว่ารัฐบาลได้วาง Roadmap ทั้งระยะสั้นระยะยาวของการทำงานไว้อย่างไรบ้าง ทุกวันนี้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดนสารมากกว่าที่ออกแบบไว้ รัฐบาลจึงได้กำหนดกรอบการทำงานไว้อย่างชัดเจนครับ โดย 6 เดือนแรกจะต้องทำให้สุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารทั้ง 60 ล้านคนในปัจจุบันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรัฐบาลได้กำหนดแผนการทำงานถึงการปรับระบบการทำงานในสนามบินครับ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวครับ ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการปรุงอาหารและ Catering เป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุง เป็นเซ็นเตอร์ความร่วมมือระหว่างการบินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และนี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่รัฐบาลวางแผนการทำงานไว้เชิญชวนประชาชนร่วมรับฟัง การแถลงแผนพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการบินการขนส่งของภูมิภาคของนายกรัฐมนตรีร่วมกัน“ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว