ชิง ปธ.สอท.ชูเอสเอ็มอี ‘สมโภชน์’ ห่วง ศก.ใกล้วิกฤต ‘เกรียงไกร’ ชี้โตเรี่ยดิน อุ้มด่วน
เมื่อวันที่ 1 มันาคม บรรยากาศการชิงตำแหน่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เริ่มเข้นขึ้น ภายหลัง นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรืออีเอ ประกาศลงสมัครประธาน ส.อ.ท. แข่งขันกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท.คนปัจจุบัน หรือคนที่ 16 ที่จะครบวาระ 2 ปี (2565-67) เดือนเมษายนนี้ และต้องการต่ออายุอีก 1 สมัย คือ 2567-69
โดยการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 10,000 โรง 1 โรงงาน เท่ากับ 1 เสียง จัดขึ้นวันที่ 25 มีนาคมนี้ เป็นระบบการเลือกกรรมการ ส.อ.ท. และกรรมการเลือกตั้ง จำนวน 363 เสียง จากนั้นภายใน 30 วัน ทั้ง 363 เสียง จะเลือกประธาน ส.อ.ท.คนใหม่
นายสมโภชน์กล่าวถึงการลงสมัครชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ว่า ในฐานะเป็นสมาชิกและรองประธาน ส.อ.ท.เป็นเวลา 8 ปี ต้องการลงสมัครตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17 ในวาระนี้ (ปี 2567-2569) เพราะเป็นอุดมการณ์ที่ต้องการรับใช้ชาติในฐานะภาคเอกชน โดยจะนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์การทำงานมาช่วยประเทศชาติในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยในอนาคตจะเห็น ส.อ.ท.ทำงานเชิงรุกด้วยยุทธศาสตร์ 4 ประการ
นายสมโภชน์กล่าวว่า 1.ทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของประเทศให้สอดประสานระหว่างภาครัฐกับเอกชน 2.สร้างพลังและเพิ่มขีดความสามารถของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 3.ประสานภาครัฐให้ช่วยส่งเสริมสนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย-รายใหม่ในการผลิตสินค้าที่มีมูลค่า และ 4.นำเอาความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีมาบูรณาการในเชิงรุกและเชิงรับทุกมิติ และประสานการทำงานของ ส.อ.ท.ระหว่างส่วนกลางกับจังหวัดให้กลับมาเข้มแข็งมากขึ้น
“ผมเคยเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจนกระทั่งปัจจุบันทำหน้าที่บริหารธุรกิจในกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ ต้องการนำเสนอไอเดียที่มีเพื่อให้เกิดอิมแพคมากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะ ส.อ.ท.คือแกนหลักของประเทศ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่กำลังป่วยและมีโอกาสที่จะวิกฤต ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตและแข็งแรง ส่วนเรื่องแรกที่จะดำเนินจะฟังเสียงจากสมาชิกเป็นหลัก” นายสมโภชน์กล่าว และว่า สำหรับกระแสความขัดแย้งภายใน ส.อ.ท.หลังตัวเองลงสมัคร มองว่าสามารถคุยกันได้เพราะต่างต้องการทำงานเพื่อ ส.อ.ท.
ส่วนประเด็นควรต่ออายุประธานนั้น นายสมโภชน์กล่าวว่า ระบบวางไว้วาระละ 2 ปี และอดีตประธานหลายคนก็อยู่ในวาระแค่ 2 ปีเช่นกัน รวมทั้งกระแสข่าวการตรวจสอบต่างๆ ก็ยินดีและพร้อมให้ข้อมูลเพราะชี้แจงได้ทุกเรื่อง
ด้านนายเกรียงไกรกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่จะมีผู้สมัครเพิ่มอีก 1 คน แต่สิ่งที่เป็นข้อสอบถามคือการเลือกทั้งประธานกลุ่ม ประธานจังหวัด และประธานคลัสเตอร์มีธรรมเนียมปฏิบัติเป็น 2 ปี+2 ปี ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น ส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าเป็นการแตกแยกภายใน ส.อ.ท. สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันแม้จะเริ่มฟื้นตัวแต่โตแบบเรี่ยดิน รู้สึกห่วงเอสเอ็มอี เพราะเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ หรือหากเข้าถึงก็เจอต้นทุนสูงกว่ารายใหญ่ อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ก่อนจะสายเกินไปจนเอสเอ็มอีไทยอาจไม่รอด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

