การบินไทย เด้งรับฮับการบินเศรษฐา ‘เพิ่มฝูงบิน-ศูนย์ซ่อม’ ชี้เป็นไปได้อันดับ 3 เอเชีย
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน ต้องมีเครื่องบินที่เพียงพอรองรับกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงใช้ระยะเวลาในการต่อเครื่องที่รวดเร็ว ซึ่งนโยบายดังกล่าวก็สอดรับกับแผนธุรกิจของการบินไทยในขณะนี้ ที่มีแผนจะจัดหาเครื่องบินเพิ่มอีก 45 ลำ โดยจะทยอยรับมอบล็อตแรกในปี 2570 นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้โดยสารใช้เวลาในการต่อเครื่องน้อยลง จากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไปยังประเทศอื่น เช่น มีการจัดโซนนิ่งที่จอด เป็นต้น ขณะเดียวกันการบินไทยังมีแผนจะลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO)เพิ่มอีก 1 แห่ง อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยจะร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ อยู่ระหว่างทำแผนการลงทุน โดยอีอีซีให้ตอบกลับไปภายในกลางปีนี้
“การที่จะขึ้นเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ยังต้องใช้เวลา ทุกอย่างต้องมาพร้อมกัน และขึ้นอยู่กับการจัดหาฝูงบินเพิ่ม 45 ลำที่จะเพิ่มเข้ามาด้วย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 70 ลำ และปีนี้ได้เช่าเพิ่มอีก 8-9 ลำ รวมเป็น 78-79 ลำ เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเครื่องบินคนละแบบกับที่จะจัดหาเพิ่ม 45 ลำ” นายชายกล่าว
รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การจะให้การบินไทยเป็นอันดับ 3 ของเอเชียนั้น ต้องใช้เวลา เพราะด้วยคาปาซิตี้แล้ว ยังไม่พร้อม ขณะเดียวกันภาครัฐต้องมีการส่งเสริมด้านการลงทุนด้วย ขณะเดียวกันต้องดูรายได้และกำไรบริษัทด้วย อย่างเช่น อัตราค่าโดยสารหรือการกำหนดเส้นทางการให้บริการ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ยังมีเรื่องของภาระต้นทุนต่างๆ เช่น น้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายบัตรโดยสารนั้น ปัจจุบันการบินไทยลดการขายผ่านเอเจนต์ไปบ้างแล้ว เหลือไม่ถึง 50% จึงทำให้ผลประกอบการของบริษัทดีขึ้น
“ตอนนี้การบินไทยไม่เหมือนเดิมแล้ว ดังนั้นการจะทำให้การบินไทยเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ก็มีโอกาส แต่ในความเป็นจริง ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง อาจจะต้องใช้เวลา เช่น เพิ่มฝูงบิน การบริการภาคพื้น และการบินไทยอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการด้วย”รายงานข่าวกล่าว

