ปักธงไทย ‘ฮับท่องเที่ยว’ โลก ‘รัฐ-เอกชน’ ทุ่มสรรพกำลัง บูสต์เมืองรอง-บูมซอฟต์พาวเวอร์

ปักธงไทย‘ฮับท่องเที่ยว’โลก ‘รัฐ-เอกชน’ทุ่มสรรพกำลัง บูสต์เมืองรอง-บูมซอฟต์พาวเวอร์

เริ่มต้นปีมังกร 2567 มาได้เพียง 2 เดือน รัฐบาลนำโดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การเป็นผู้นำอาเซียน ผ่านการเป็นศูนย์กลาง ทั้งภาคบริการ การค้า และลงทุน ล่าสุด ประกาศเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (ฮับท่องเที่ยว) ของโลกภายในปี 2573 ผ่านการผลักดันให้ไทยเป็นฮับการบิน

มุ่งเน้นไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปักธงไว้ให้ติด 1 ใน 20 สนามบินที่ดีที่สุดในโลกใน 5 ปี พร้อมตั้งเป้าดันการบินไทย ผงาดท็อป 3 สายการบินที่ดีที่สุดของเอเชีย รวมถึงสนามบินในจังหวัดท่องเที่ยวหลักอีก ทั้งสนามบินดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต โดยมีเป้าหมาย คือ การยกระดับสนามบินทั่วประเทศ อย่าง สนามบินน่าน ศรีสะเกษ และโคราช เพื่อพัฒนาเมืองรองด้านการท่องเที่ยว เป็นเมืองหลักของการท่องเที่ยวต่อไป ตามนโยบายในการกระตุ้นเที่ยวเมืองรอง เพิ่มการหมุนเวียนเศรษฐกิจท้องถิ่นระดับชุมชน และกระจายรายได้ท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นทั่วประเทศให้ได้ ไม่กระจุกตัวเพียงไม่กี่จังหวัดหลักเท่านั้น รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในหลัก 200 ล้านคนต่อปี ภายใน 5 ปีจากนั้น

⦁ไทยฮับการบินอยู่แล้ว

ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า การสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทย ผ่านฮับการบินความจริงไทยเป็นอยู่แล้ว แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เป็นฮับแบบเต็มตัวเหมือนอดีต เพราะมีสนามบินหลายประเทศ โดยเฉพาะยุโรป และตะวันออกกลาง ที่ทุ่มทุนสร้างสนามบินอย่างยิ่งใหญ่เข้ามาสู่ในสังเวียนฮับการบินอย่างต่อเนื่อง ทำให้หากไทยสามารถขยายสนามบินได้มากขึ้น เพิ่มสายการบิน จำนวนเที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางบินขยายไปยังหลากหลายประเทศได้มากขึ้น การที่ไทยจะกลับมาเป็นฮับการบิน และเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว คงทำได้ไม่ยาก แต่ต้องพัฒนาให้โครงสร้างพื้นฐานสามารถรองรับการใช้ชีวิตของทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ทุกอย่างต้องสอดคล้องกันให้ได้หมด ทั้งทางอากาศ ถนน ราง เรือ

Advertisement

สิ่งที่ต้องเดินหน้าต่อตามนโยบายของภาครัฐ คือ การกระตุ้นเที่ยวเมืองรอง ส่วนนี้ควรใช้บริษัททัวร์นำเที่ยวเป็นเครื่องมือดันเมืองรอง จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว ทำตลาดให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มความนิยมจากไทยเที่ยวไทยก่อน จากนั้นกระจายไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้มีความพร้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างการเชื่อมโยงให้ได้ เตรียมโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมให้พร้อม เพื่อให้เมื่อมีการทำตลาดขายแพคเกจทัวร์แล้ว นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางเที่ยวได้สะดวกมากที่สุด ส่วนในระยะถัดไป จะดำเนินการอย่างไรต่อ มองว่ารัฐบาลควรมีแผนงานที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าอย่างไรเจาะจงไปในแต่ละจังหวัด ช่วยกันพัฒนาให้ครบทุกจังหวัด

“ประเทศไทยจะไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่ ต้องอาศัยการวางแผนทำงานที่ชัดเจนจากรัฐบาล หากมีแผนชัดเจนและเดินหน้าตามแผนได้จริง ไม่ว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเท่าใดก็ทำได้ สำคัญคือการบริหารจัดการต่อจากนั้นมากกว่า”

⦁‘วีซ่าฟรีถาวร’เครื่องมือเสริม

Advertisement

หากปลดล็อกเรื่องสนามบิน จำนวนเที่ยวบิน และเส้นทางการบินต่างๆ ถือว่าเป็นส่วนช่วยเข้ามาส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่เพิ่งอัดยาแรงเพิ่มเข้ามาแบบเต็มที่ คือ การให้วีซ่าฟรีถาวรระหว่างไทยและจีน เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 ถือเป็นส่วนช่วยสร้างสัมพันธไมตรีให้แก่กันได้มากขึ้น ยกระดับการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันได้ดีขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย เพิ่มความสามารถให้กับหนังสือเดินทางไทย (พาสปอร์ต) โดยเฉพาะตลาดจีน ที่นักท่องเที่ยวจีนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะมีการทำงานร่วมกันในระดับรัฐบาล เสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดจีนเที่ยวไทยได้มากขึ้นด้วย

ช่วง 2 เดือนแรก 2567 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยแตะ 1 ล้านคน มีปัจจัยจากมาตรการยกเว้นวีซ่า ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง โดยเฉพาะชาวจีน ครองอันดับ 1 มาตลอดเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมปีนี้เกิน 5.9 ล้านคนและมีรายได้ใช้จ่ายกว่า 2.9 แสนล้านบาท อัตราการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถือว่าเป็นอัตราที่ดูดี โดยเฉพาะตลาดจีนเที่ยวไทย หากรักษาระดับนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยที่ 2 หมื่นคนต่อวันขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ คาดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นตลาดจีนอีกครั้ง ตัวเลขจะสามารถเร่งตัวขึ้นได้อีกตามช่วงเวลา ชื่อว่าตอนนี้ความเชื่อมั่นของชาวจีนกลับมาแล้ว แต่รัฐบาลต้องทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทเอเยนต์ทัวร์จีนกลับมาแล้ว รัฐบาลไทยต้องเร่งทำตลาดกระตุ้นให้ทัวร์เหล่านี้นำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทย ร่วมมือกับภาคเอกชนในการทำตลาด ขับเคลื่อนเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะที่ผ่านมาเอกชนทัวร์นำเที่ยวของไทยเป็นผู้เดินหน้าก่อน หากทำร่วมกันได้จะมีทิศทางที่ดีขึ้น

⦁ฮับท่องเที่ยวมาถูกทาง

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า นโยบายของรัฐบาล มุ่งใช้ภาคท่องเที่ยว เป็นเครื่องมือหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นั้นถือว่ามาถูกทาง โดยเฉพาะชูประเทศไทยให้เป็นฮับการท่องเที่ยว มองว่าสามารถทำได้ แต่รายละเอียดของแผนงานที่จะไปถึงเป้าหมาย เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องทำงานร่วมกันและเติมเข้าไปให้ครบถ้วน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา การดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย อาจเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แม้มีการนำเข้านักท่องเที่ยวคุณภาพบ้างแล้ว แต่ยังไม่เต็มที่ ทำให้จากนี้จะต้องเสริมนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศรอบด้าน เพราะการท่องเที่ยวเป็นกลไกลที่เกี่ยวข้องกับประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ

ประเทศไทยจะเป็นฮับการบิน ต้องพัฒนาในอีกหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทางตรง อาทิ การคมนาคม ทั้งรถยนต์ และเครื่องบิน เพราะตอนนี้เห็นว่าสนามบินมีการใช้งานเต็มที่และสถานการณ์ราคาตั๋วเครื่องบินมีราคาสูง สาเหตุจากสายการบินให้บริการไม่เพียงพอ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น หากพิจารณาสนามบินอินเตอร์ในต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จะมีหลายเมืองที่เป็นศูนย์การบินระดับอินเตอร์รองรับการท่องเที่ยว โดยไม่จำเป็นต้องไปสนามบินในเมืองหลัก ทำให้หากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนมาก ไม่สามารถไปลงในสนามบินพื้นฐาน หรือที่เป็นเมืองหลวงแล้ว เชื่อว่าเป็นโอกาสของเมืองรอง เพราะการมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวของไทย หากสามารถทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกลงที่เมืองรองได้มากขึ้น จะเป็นส่วนกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ลดความแออัดในบางจังหวัดหลักเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเชื่อมต่อระบบขนส่งคมนาคมให้ดีที่สุด สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

⦁ ขับเคลื่อนอาหารคู่กัน

ความโดดเด่นของประเทศไทย ควรเดินหน้าควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยว อย่างอาหาร ไทยมีความพร้อมมาก รวมถึงสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกมากเช่นกัน เนื่องจากไทยมีภาคเกษตรกรรมที่เหมือนนายกฯ ยกตัวอย่างว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และในกระเป๋ามีเงิน ถือเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะเดิมทีในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำนี้สะท้อนความเพียงพอที่จะบริโภคในประเทศ ทำให้คนในประเทศพึ่งพาอาศัยกัน แต่ปัจจุบันไทยจำเป็นต้องมีเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจด้วย ทำให้กระเป๋าจะมีเงินเพิ่มขึ้นได้ จำเป็นต้องอาศัยการทำอะไรอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน ประชาชน รวมไปถึงเกษตรกร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อ โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่นายกฯพูดถึงไว้หลายเรื่อง อาทิ อาหารแห่งอนาคต จะเป็นการต่อยอดการผลิตอาหารดั้งเดิมของไทย ทำตลาดได้ดีอยู่แล้ว แต่ทำต่อถึงอนาคตอย่างไรถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชใหม่ๆ มากกว่าการปลูกพืชชนิดเดียว เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้

สอดรับกับในตอนหนึ่งของนายกฯ ที่พูดถึงว่าหลายคนอยากให้ไทยเป็นไฮเอ็นทัวร์ลิซึ่ม มีคนเข้ามาแล้วใช้จ่ายสูง จากคนมัวดีใจว่าเรามีนักท่องเที่ยวปีละ 40-50 ล้านคน จริงๆ แล้วจำนวนเยอะก็ดี แต่จำนวนวันที่อยู่ และจำนวนการใช้จ่ายต่อหัว ก็สำคัญ มหาเศรษฐีโลกอยากมาปีใหม่ที่ภูเก็ตก็เปลี่ยนแผนเยอะมาก เพราะที่จอดไพรเวทเจ็ตไม่มี ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ต้องนำมาคิด ว่า การนำเครื่องไปที่จอดสิงคโปร์ หรือที่อื่นมีที่จอด ราคาค่าจอดเป็นอย่างไร จะดึงมาไทยแทนประเทศอื่นอย่างไร จากนี้รัฐบาลต้องดูให้ครบทุกมิติ

⦁ททท.เตรียมแผนสู่เป้าหมาย

เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าว หน่วยงานหลักในการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ผ่านการทำตลาด นำโดย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แผนการทำงานของ ททท. เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของนายกฯ ททท.จะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ขึ้น ซึ่งถือเป็นการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนครั้งสำคัญของไทย เพื่อสรุปข้อมูลนำเสนอนายกฯอีกครั้งในวันที่ 15 มีนาคมนี้ โดยมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ 4 ด้าน ได้แก่

1.การยกระดับเมืองหลักเมืองรอง ชูซอฟต์พาวเวอร์ของแต่ละจังหวัด เพื่อพัฒนาทุกจังหวัดเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งแนวคิดของนายกรัฐมนตรีต้องการพัฒนาให้ทุกจังหวัดเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสามารถเพิ่มรายได้ และเพิ่มการจ้างงานจากภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการ

2.การผลักดันประเทศไทยเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้เกิดเทศกาลระดับโลก ซึ่งข้อเสนอที่จะเสนอให้รัฐบาลจะมีเรื่องของการยกระดับการทำโครงสร้างพื้นที่รองรับการจัดอีเวนต์ หรือคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ โดยอาจมีการลงทุนเพิ่มของภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือร่วมกันในลักษณะการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งเมื่อมีความพร้อมในเรื่องนี้มั่นใจว่าจะมีอีเวนต์ หรือคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ มาจัดในไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งในภูมิภาคนี้เราต้องแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์

3.การผลักดันให้มีวัน วีซ่า ฟรี ของภูมิภาคอาเซียน เหมือนที่สหภาพยุโรป (อียู) ที่ใช้วีซ่าเชงเก้นเข้าได้ทุกประเทศในอียู เพื่อสร้างการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากไทยไปอียู

4.การสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เพื่อเอื้อให้ผู้จัดงานระดับโลกสามารถเข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย และส่งเสริมแนวคิดประเทศไทยจะไม่หลับใหล ซึ่งนายกรัฐมนตรีประกาศแนวคิดนี้แล้ว

⦁เพิ่มพลังพาสปอร์ตไทย

เมื่อมีเป้าหมายใหญ่ร่วมกัน ก็ถึงการขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมายอาทิ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ระบุว่า ปี 2566 มีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี มาเที่ยวไทยเกือบ 200,000 คนถือว่าเป็นจำนวนมาก หากเทียบกับจำนวนประชากรที่มี และมีเที่ยวบินตรงต่อวันประมาณ 5 ไฟลต์ ถือว่าเป็นฮับหนึ่งของภูมิภาคนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายกฯประกาศเรื่องการเป็นฮับการบินของประเทศไทย จะช่วยให้เชื่อมโยงกับยูเออีได้มากขึ้นถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเอกชนไทยทำธุรกิจในประเทศแถบนี้ได้อีกทาง

สำหรับแผนการเพิ่มพลังให้กับหนังสือเดินทางของไทย (พาสปอร์ต) ในส่วนของวีซ่าฟรีสำหรับคนไทยจะเข้ายูเออี เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา เพราะเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลอยู่แล้วในการเพิ่มพลังให้กับพาสปอร์ตของไทย เรื่องนี้ต้องหยิบยกขึ้นมาคุยกับยูเออี เพื่อให้เปิดวีซ่าฟรีอย่างเป็นการถาวร และเป็นที่ยอมรับ

จากภาพทั้งหมดที่มองตรงไปข้างหน้าด้วยหมุดหมายเดียวกัน ได้เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image