หน้าแรก เศรษฐกิจ ค่าเงินบาทเปิ...

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.74 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”

5.03.24 | 10:15 น.

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.74 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.74 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.82 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.70-35.95 บาท/ดอลลาร์

นายพูนกล่าวว่า โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นบ้าง (แกว่งตัวในช่วง 35.73-35.87 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้ ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำนั้นได้ส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรทองคำ และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนที่ช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ โดย ISM (Services PMI) เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไปของเฟด และรอลุ้นผลการเลือกตั้งขั้นต้น (Primaries) ในหลายรัฐ หรือ ที่เรียกว่า Super Tuesday เพื่อหาตัวแทนพรรครีพับลิกันในการท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีนี้

ส่วนในฝั่งไทย เราประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป Headline CPI ในเดือนกุมภาพันธ์ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ -0.70% (ตลาดคาด -0.80%) หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ที่ไม่รวมผลของราคาพลังงานและอาหารสด อาจอยู่ที่ระดับ 0.50% ตามการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

Advertisement

นายพูนกล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มแกว่งตัวลักษณะ sideways down อย่างไรก็ดี การปรับตัวแข็งค่าสู่โซนแนวรับ 35.70-35.80 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงคืนที่ผ่านมา อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ รวมถึงสกุลเงินต่างประเทศอย่างเงินเยนญี่ปุ่น JPY (ที่ช่วงนี้ได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาทพอสมควร) ส่งผลให้ การปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้

อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ดัชนี ISM ภาคการบริการ เพราะหากออกมาดีกว่าคาดชัดเจน ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มลังเลว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด หรือ ไม่ หรือ ผู้เล่นในตลาดอาจมองว่า เฟดจะเลื่อนการลดดอกเบี้ยไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทำให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น และกดดันให้ ราคาทองคำที่เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้ ปรับตัวลงแรงได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าว เงินบาทก็จะยิ่งเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับฐานของราคาทองคำ จนมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้

“ความผันผวนของเงินบาทนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูนกล่าว