สรท. เผยส่งออกไทย ไตรมาส 1/67 แนวโน้มดี คาดทั้งปี 67 โต 1-2%

สรท. เผยส่งออกไทย ไตรมาส 1/67 แนวโน้มดี คาดทั้งปี 67 โต 1-2% แนะเร่งยกระดับท่าเรือ และ มาตรฐานสินค้าปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมกราคม 2567 มีการส่งออกมีมูลค่า 2.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.0% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้า และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 7.84 แสนล้านบาท ขยายตัว 10.2% (เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนมกราคมขยายตัว 9.2%) ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.6% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 8.90 แสนล้านบาท ขยายตัว 2.8% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนมกราคม 2567 ขาดดุลเท่ากับ 2,757 ล้านสหรัฐ หรือเท่ากับ 1.06 แสนล้านบาท

“ภาพรวมการส่งออกในเดือนมกราคม 2567 ถือว่าดีตามที่คาดไว้ จึงคาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 การส่งออกขยายตัวแน่นอน แต่จะขยายตัวมากหรือน้อยเท่านั้น ส่วนปัจจัยสำคัญคือ เรื่อง คู่ค้าของไทย โดยตลาดอินเดีย ซาอุดีอาระเบีย ที่ขนาดตัวได้ดี และเวียดนาม ที่แม้อาจจะมองว่าเป็นคู่แข่ง แต่จริงๆ แล้วก็เป็นคู่ค้ารายสำคัญที่ส่งออกสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าเวียดนามโต ไทยก็ได้รับอานิสงส์ด้วย รวมทั้งตลาดยุโรป สหรัฐ ที่เพิ่งฟื้นตัวในเดือนนี้ ขณะที่น่าเป็นห่วงคือ ตลาดจีน ที่ได้ผ่านช่วงตรุษจีนแล้ว รู้สึกไม่อู้ฟู่เท่าที่ควร” นายชัยชาญกล่าว

ทั้งนี้ สรท.คาดการณ์เป้าหมายการทำงานด้านการส่งออกรวมทั้งปี 2567 คาดการณ์ส่งออกของไทยเติบโตที่ 1-2% โดยมีปัจจัยเฝ้าระวังที่สำคัญ ได้แก่ 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤตในทะเลแดง บริเวณช่องแคบบับ อัล-มันเดบ มีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงช่วงรอมฎอน 45 วัน และความขัดแย้งอื่น

Advertisement

2.ความกังวลเรื่องต้นทุนภาคการผลิต อาทิ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรอบ 2 ค่าไฟฟ้าและค่าระวางเรือเส้นทางยุโรป ตะวันออกกลาง สหรัฐ ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่อุปทานในประเทศยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันภาคการผลิตบางอุตสาหกรรมไม่เกิดการประหยัดต่อขนาด และแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกได้ยาก และ 3.อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐยังคงทรงตัวระดับสูง โดยคาดว่าจะเริ่มพิจารณาปรับลดในเดือนพฤษภาคม

ส่วนข้อเสนอแนะที่สำคัญ ของ สรท.ประกอบด้วย 1.เร่งยกระดับท่าเรือหลักของประเทศ โดยเสนอให้ท่าเรือแหลมฉบังอยู่ในพื้นที่โครงการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อรองรับโครงการพัฒนาพื้นที่แหลมฉบัง เฟส 3 และรองรับการขยายสิทธิประโยชน์นักลงทุนของอีอีซีในพื้นที่ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะการเร่งปรับปรุงสภาพโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมในท่าเรือแหลมฉบังและพื้นที่โดยรอบ เพื่อแก้ปัญหาการปนเปื้อนของละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่นและดิน และแมลง ที่ติดไปกับรถยนต์เพื่อการส่งออก ซึ่งปัญหาจะทวีความรุนแรงในช่วงฤดูร้อน การเร่งเตรียมความพร้อมพื้นที่วางกองตู้สินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเตรียมพื้นที่วางกองตู้สำหรับการส่งออกก่อนช่วงสงกรานต์ และการพิจารณาการหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์เปล่าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

และ 2.เร่งจัดตั้งหน่วยงานกลางของไทยสำหรับรองรับระเบียบ กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR (EU Deforestation Regulation) ซึ่งเป็นมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป ในการขับเคลื่อน ยกระดับการส่งออกสินค้า 7 รายการ ที่กำหนดไว้ อาทิ ยางพารา โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ถั่วเหลือง โค และไม้

Advertisement

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image