“สุดาวรรณ”ทำพิธีเปิดคูหาประเทศไทย ITB Berlin 2024 ที่เบอร์ลิน เยอรมนี เร่งดึงนักท่องเที่ยวยุโรปเข้าไทย เผยวันที่ 7 มี.ค.นายกฯเศรษฐา แถลงนโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ให้สื่อมวลชน และบริษัทนำเที่ยวในภูมิภาคยุโรปด้วยตัวเอง ชี้ประชุมร่วมททท.สำนักงานยุโรป ให้เพิ่มรายได้จาก 5.4 แสนล้านบาท เป็น 5.8 แสนล้านบาท เพื่อตอบเป้านายกฯที่ให้ทำเพิ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในวันที่ 5-7 มีนาคม 2567 ได้จัดงาน International Tourismus Borse หรือ ITB Berlin 2024 งานมหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก จัดขึ้นที่ศูนย์การจัดนิทรรศการ Messe Berlin Exibition Ground กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยได้ร่วมทำพิธีเปิดคูหาประเทศไทยในวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำภาคเอกชนไทยในธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน 75 ราย และมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกหลายรายเข้าร่วม โดยในงานนี้มีกิจกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว การเจรจาธุรกิจ การอัพเดทสถานการณ์ทางการตลาด การเปลี่ยนแปลงทางสถานการณ์ท่องเที่ยว พัฒนาการด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทางการท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าร่วม
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมในงานนี้ เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล และให้ความสำคัญกับอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย โดยในวันที่ 7 มีนาคมนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะเยี่ยมชมและร่วมอัพเดทสถานการณ์กับภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมงานบริเวณคูหาไทย โดยนายกฯ จะแถลงนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียน ให้แก่บริษัทนำเที่ยว และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพันธมิตรท่องเที่ยวในตลาดยุโรป ร่วม 200 คน ในงาน The Amazing Thailand Networking Event with the Prime Minister of Thailand

“จากการประชุมร่วมกับผู้อำนวยสำนักงานยุโรปของ ททท.เพื่ออัพเดทสถานการณ์โดยให้ตั้งเป้าหมายที่ 8.5 ล้านคน แต่ให้เพิ่มรายได้จาก 546,233 ล้านบาท เป็น 588,729 ล้านบาท เพื่อรวมกับเป้าหมายของภูมิภาคอื่นแล้วจะสามารถไปถึงเป้าที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ได้ คือ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวม 40 ล้านคน รายได้จากต่างชาติ 2.3 ล้านล้านบาท เมื่อรวมกับรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 1.2 ล้านล้านบาท จะทำให้ปี 2567 มีรายได้ทั้งสิ้น 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าของ ททท.ที่ตั้งไว้ 35 ล้านคน รายได้รวม 3 ล้านล้านบาท” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปมีความนิยมเดินทางท่องเที่ยวไทยอันดังต้นๆ ในฐานะจุดหมายปลายทางระยะไกล แต่ไทยก็มีคู่แข่งสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวยุโรปที่นิยมหาดทราย ชายทะเล ไม่ว่าจะเป็น มัลดีฟท์ เกาะมอริเชียส เวียดนาม ศรีลังกา แต่แนวโน้มที่นักท่องเที่ยวจะเลือกประเทศไทยยังเป็นในเชิงบวก เนื่องจากไทยมีความหลากหลายของสินค้าท่องเที่ยว โดยอุปสรรคของการเดินทางยังคงเป็นเรื่องค่าโดยสารเครื่องบินที่มีราคาแพงมากเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเลิกเปรียบเทียบกับราคาก่อนโควิด-19 เลือกใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ไม่เก็บเงินไว้ใช้จ่ายวัตถุประสงค์อื่น ส่วนโอกาสคือสายการบินต่างๆ สนใจที่จะพัฒนาเส้นทางบินเข้าประเทศไทย อีกทั้งกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา มีนโยบายที่จะเพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลท์จากบางประเทศในยุโรปเข้าไทยเพิ่มขึ้นเพื่อเติมจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด


