หน้าแรก เศรษฐกิจ รมต.ปุ๋งตีฆ้อ...

รมต.ปุ๋งตีฆ้องชวนต่างชาติเที่ยว มหาสงกรานต์21วัน โชว์ตระการตารถพาเหรด16จังหวัด 11 ซอฟต์พาวเวอร์

6.03.24 | 17:45 น.
แฟ้มภาพ

รมต.ปุ๋งตีฆ้องชวนต่างชาติเที่ยว มหาสงกรานต์21วัน โชว์ตระการตารถพาเหรด 16 จังหวัด 11 ซอฟต์พาวเวอร์

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการเข้าร่วมงาน International Tourismus Borse หรือ ITB Berlin 2024 มหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม ที่ศูนย์การจัดนิทรรศการ Messe Berlin Exibition Ground กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้ย้ำให้ผู้อำนวยการสำนักงานยุโรป ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งโปรโมตและชักชวนนักท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรปเดินทางไปเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย

โดยในปีนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1-21 เมษายน รวม 21 วัน เพื่อประชาสัมพันธ์เทศกาลสงกรานต์ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลและผลักดันให้ประเทศไทยติดหนึ่งใน 10 ประเทศสุดยอดเทศกาลของโลก ภายใต้ชื่อ Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567 ในโอกาสที่ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียนให้สงกรานต์ในประเทศไทยเป็นรายการในบัญชีตัวแทนตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ จะมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่อัตลักษณ์ห้าภูมิภาคทั่วประเทศไทย

“ปีนี้จะมีการจัดขบวนรถพาเหรดสงกรานต์จากกลุ่มจังหวัดเป้าหมาย 16 จังหวัด 11 ซอฟต์พาวเวอร์ การจัดกิจกรรมการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม โขนและรำมโนราห์ การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งกิจกรรมสงกรานต์ 5 ภาค เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ไทยที่โดดเด่นในแต่ละภูมิภาค”

นางสาวสุดาวรรณกล่าวต่อว่า เพื่อตอบโจทย์ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใต้วิสัยทัศน์ประเทศไทย IGNITE THAILAND ต้องการให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลก (Tourism Hub) และสอดรับกับการสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของโลก (Aviation Hub) ในวันที่ 15 มีนาคม 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กช็อปหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งสิ้น 60 หน่วยงานเพื่อตอบโจทย์ 4 มาตรการ ที่ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างก้าวกระโดด โดยนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมด้วย

Advertisement

สำหรับ 4 มาตรการที่จะตั้งเป็นโจทย์ให้หารือกัน ประกอบด้วย
1.เมืองหลักและเมืองรองต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว เฟ้นหา Soft Power เพื่อหาเสน่ห์ของประเทศไทย โดยต้องหาจุดขายที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดและความต้องการของนักท่องเที่ยว ทำให้การเดินทางเข้าถึงที่สะดวกและปลอดภัย มีการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งต้องเตรียมพร้อมระบบด้านสาธารณูปโภคและการบริหารจัดการที่ดี
2.การสนับสนุนให้มีเทศกาลระดับโลก ประเทศไทยจะไม่หลับใหล จะมีงานเทศกาล งานคอนเสิร์ต งานศิลปะ งานแสดงสินค้าในประเทศไทยตลอดทั้งปี และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ เป็นเม็ดเงินลงทุนหลักแสนล้านบาท
3. ผลักดันการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะต้องมีการยกเว้นการตรวจลงตราหรือ VISA FREE ให้นักท่องเที่ยว เช่น ที่รัฐบาลเริ่มดำเนินการแล้วกับนักท่องเที่ยวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน เพื่อเปิดประตูรอรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเฉพาะประชากรจากชาติดังกล่าวรวมกันมีมากถึง 2,900 ล้านคน โดยแนวทางการขับเคลื่อนต้องบริหารการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมมีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ มีการบริหารจัดการกระแสการเดินทางที่ไม่ทำให้เกิดการกระจุกตัว ไม่ส่งผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อม และการนำเสนอและบริหารภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่ปลอดภัย มีคุณค่าและยั่งยืน
4.การแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว ปรับเวลาเปิดสถานบริการ ปรับเปลี่ยนเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สนับสนุนการเฉลิมฉลองในสนามกีฬา ซึ่งจะต้องรับฟังความเห็นจากนักท่องเที่ยวและผู้เกี่ยวข้อง ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันการแก้ไขปัญหาพร้อมบังคับใช้กฎหมายการหลอกหลวง และมีการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวด้วย

“ทั้ง 4 แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการติดตามความเห็นของนักท่องเที่ยวต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทยผ่านช่องทางต่างๆ ที่สำคัญต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยเมื่อได้เวิร์กช็อปและจัดทำแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะประกาศแผนเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายในเดือนมีนาคมนี้” นางสาวสุดาวรรณกล่าว