หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติ ยัน...

แบงก์ชาติ ยันปล่อยเวอร์ชวลแบงก์ 3 ราย เหมาะสม ย้ำไม่ผูกขาดตลาด หลังบิ๊กธุรกิจ ดอดขอ ไลเซนส์

7.03.24 | 14:16 น.

แบงก์ชาติ ยันปล่อยเวอร์ชวลแบงก์ 3 ราย เหมาะสม ย้ำไม่ผูกขาดตลาด หลังบิ๊กธุรกิจ ดอดขอไลเซนส์

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น.ส.วิภาวิน พรหมบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธปท. กล่าวในงาน Media Briefing การขออนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) ถึงกรณีที่กระทรวงการคลัง ประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยไม่จำกัดจำนวนใบอนุญาต ขณะที่ ธปท. กำหนดให้ผู้รับคัดเลือกจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ได้ไม่เกิน 3 ราย นั้น

น.ส.วิภาวิน กล่าวว่า ตามประกาศของกระทรวงการคลังในรายละเอียดระบุว่าให้ ธปท.พิจารณาจำนวนของรายใหม่ที่เหมาะสม โดยให้แน่ใจว่าช่วยกระตุ้นการแข่งขันในระดับที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ฝากเงิน และระบบในวงกว้าง ขณะเดียวกัน จำนวนที่อนุญาตก็ต้องดูไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพของระบบด้วย ซึ่งก็เป็นหลักการที่ ธปท. ใช้ในการพิจารณาจำนวนที่เหมาะสม

“ธปท.ใช้หลักการเดียวกับที่ประกาศของกระทรวงการคลัง ในแง่ของการประเมินตามหลักการ ธปท. ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งที่เคยประเมินไว้ว่าผู้ขอใบอนุญาตไม่เกิน 3 ราย และ ณ ตอนนี้ จำนวนที่เหมาะสมก็ไม่เกิน 3 ราย แต่ในอนาคตก็ต้องดูตามหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่ประกาศของกระทรวงการคลัง”น.ส.วิภาวิน กล่าว

น.ส.วิภาวิน กล่าวว่า สำหรับทุนจดทะเบียน 5 พันล้านบาท สูงเกินไปหรือไม่ จากการประเมินของทีมงานโดยได้ทำตัวเลขขึ้นมาว่าเวอร์ชวลแบงก์ที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งได้จัดทำประมาณการตั้งแต่เริ่มเปิดและค่อยๆ เติบโต รวมถึงเงินที่ต้องใช้ในการลงทุนต้นทุนในการดำเนินงาน จากการศึกษาข้อมูลการลงทุนต่อการดำเนินงานช่วงแรกจะใช้เยอะ แล้วยังต้องมีอัตราส่วนการลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระดับที่มั่นคง และไปต่อได้

Advertisement

“คิดว่า 5 พันล้านบาท เหมาะสมที่จะรองรับการดำเนินการ ในช่วงแรกที่เรื่องของค่าใช้จ่ายและการลงทุนค่อนข้างเยอะกว่ารายได้ที่จะเพิ่มเข้ามา”น.ส.วิภาวิน กล่าว

น.ส.วิภาวิน กล่าวว่า จากผู้ที่สนใจเหมือนจะเป็นธุรกิจรายเดิมที่ทำธุรกิจแบงก์อยู่แล้ว และจะมีบริการแตกต่างอย่างไร แล้วจะกลายเป็นการครองตลาดของผู้เล่นรายใหญ่หรือไม่นั้น จากที่เน้นย้ำตลอดว่า ธปท. มองหาคนที่ทำอะไรใหม่ๆ เป็นคีย์หลักของการเปิดให้มีเวอร์ชวลแบงก์ ซึ่ง ธปท. มองหาผู้ที่นำเสนอบริการรูปแบบใหม่จริงๆ และถ้ามาแล้วมาแบบเดิมก็คงไม่ใช่

“และจะเป็นรายไหนนั้น ผู้สมัครขณะนี้ยังมีให้เห็น (remain to be seen) เพราะมีคนที่สนใจและมาสมัครมากกว่าคนที่ประกาศในข่าวก็ได้ ดังนั้น ต้องรอดู แต่ ธปท. พิจารณาเหมือนกันทุกคน ด้วยหลักการเดียวกัน หลักเกณฑ์เดียวกัน เพื่อให้ได้สิ่งที่อยากเห็นจริงๆ”น.ส.วิภาวิน กล่าว

น.ส.วิภาวิน กล่าวว่า นอกจากนี้ ประเด็นกังวลเรื่องการผูกขาดทางธุรกิจนั้น เรื่องนี้เป็น 1 ในเรดไลน์ที่ ธปท.ไม่อยากเห็น และในการคัดเลือก ธปท.ก็ต้องพิจารณาตรงนั้นด้วย เมื่อเปิดดำเนินการเวอร์ชวลแบงก์แล้วมีพฤติกรรมที่ส่อไปในลักษณะนั้นหรือไม่ เช่น การใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นเรดไลน์สำคัญที่ ธปท.จะติดตามดู

“ส่วนที่มีกฎหมายในเรื่องนี้ เข้าใจว่าต้องเป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกัน แต่ถึงขั้นแก้กฎหมายหรือไม่ อาจต้องให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องพูดคุยกัน รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ต้องเป็นหน่วยงานที่เข้ามาพิจารณากฎหมาย”น.ส.วิภาวิน กล่าว

น.ส.วิภาวิน กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์เรดไลน์ที่ ธปท. ไม่อยากเห็นเวอร์ชวลแบงก์แข่งขัน หรือลดราคาจนทำให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพ หรือทำให้ความมั่นคงในระบบสถาบันการเงินมีปัญหา แต่ตอนจัดตั้งโดยผู้สมัครอาจเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่เชี่ยวชาญเรื่องอื่น อาจมีช่องทางอื่นในการเร่งการเติบโต

เรื่องนี้ ธปท.จะพิจารณาตั้งแต่ส่วนที่ 1.โดยเกณฑ์การคัดเลือกที่จะเน้นย้ำคุณสมบัติ 7 ข้อ ที่จะต้องเป็นตัวพิสูจน์ว่าผู้ขอใบอนุญาตสามารถดำเนินการได้ โดยแผนธุรกิจที่ยื่นให้กับ ธปท. ต้องดูว่าผู้ขอใบอนุญาตขยายธุรกิจอย่างไร ใช้กลยุทธ์อะไร และจะทำให้เกิดการขยายตัวอย่างไม่มั่นคง หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ ธปท.พิจารณา รวมถึงกระบวนการการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการความเสี่ยงของการทำธุรกิจว่าเป็นอย่างไร เพียงพอต่อการรองรับธุรกิจหรือไม่ และการดูแลผู้ใช้บริการที่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยช่วงการคัดเลือกจะต้องดูภาพรวมทั้งหมด และต้องดูได้ว่าผู้ขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจริง

2.เมื่อคัดเลือกผู้ข้อใบอนุญาต และได้รับเลือกจาก ธปท. ซึ่งก่อนจะเปิดให้บริการจริง ธปท. จะให้เวลาในการเตรียมความพร้อม โดย ธปท. จะเข้าดูแลความพร้อมทุกอย่างทั้งระบบงาน ระบบบริหารความเสี่ยงว่ามีความพร้อมก่อนจะเปิดให้บริการหรือไม่ เมื่อเปิดแล้วจะมีช่วงระยะแรกของการประกอบธุรกิจ 3-5 ปี ธปท. ต้องดูแลใกล้ชิด เพราะเวอร์ชวลแบงก์ เป็นธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในรูปแบบใหม่และต้องดูว่าสามารถทำได้ตามแผนที่เสนอขึ้นมาหรือไม่

“หากมีการเห็นสัญญาณที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ธปท.จะสื่อสารให้ผู้ขอใบอนุญาตนั้นรีบดำเนินการในช่วงระยะแรกของการประกอบธุรกิจ กว่าจะผ่านช่วงดังกล่าวจะต้องพิสูจน์ความพร้อมเหล่านี้ ก่อนที่จะออกจากช่วงระยะแรกของการประกอบธุรกิจได้”น.ส.วิภาวิน กล่าว

น.ส.วิภาวิน กล่าวว่า สำหรับคุณลักษณะสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพและความสามารถที่จะประกอบธุรกิจ มี 7 ด้าน คือ 1.ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ 2.การเข้าถึง บริหารจัดการ และใช้ประโยชน์ข้อมูลที่หลากหลาย 3.ความสามารถในการประกอบธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล 4.การใช้เทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น มั่นคง ปลอดภัย 5.ความรู้ความสามารถและธรรมาภิบาล 6.ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงธุรกิจทางการเงิน และการส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยง (Risk Culture) 7.ฐานะและการสนับสนุนทางการเงินของผู้ถือหุ้น หรือความมั่นคงทางการเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ สำหรับหลักเกณฑ์อื่นๆ เวอร์ชวลแบงก์จะต้องดำเนินการตามธนาคารพาณิชย์ทุกอย่าง เช่น การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) รวมถึงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านอื่นๆ เพื่อความเป็นธรรมการดำเนินธุรกิจในรูปแบบสถาบันการเงิน

น.ส.สุจารี มนชน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 19 มีนาคม ธปท.จะจัดประชุมชี้แจงให้แก่ผู้ที่สนใจยื่นคำขออนุญาตดำเนินธุรกิจเวอร์ชวลแบงก์ โดยหลังจากนั้นวันที่ 20 มีนาคม-19 กันยายน 2567 จะเปิดรับคำขออนุญาต โดยผู้ขออนุญาตลงทะเบียนเพื่อขอใช้ช่องทางการยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ และผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ และส่งเอกสารตามที่ ธปท.กำหนด

“อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องลงทะเบียนใช้งาน Digital Singnature กับ TDID และลงทะเบียน BOT SecureNet กับ ธปท. เพื่อใช้ยื่นคำขอและเอกสารผ่านช่องทาง Microsoft Teams”น.ส.สุจารีกล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากปิดการรับคำขออนุญาตแล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2567- มิถุนายน 2568  ธปท.และกระทรวงการคลังจะพิจารณาเอกสารและข้อมูลเพื่อคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์ จากนั้นกระทรวงการคลังจะพิจารณารายชื่อตามที่ ธปท.เสนอ และประกาศผลการคัดเลือกผู้ที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งเวอร์ชวลแบงก์