หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดตลาด ซีแอ...

เปิดตลาด ซีแอลเอ็มวี ชี้อะไรเสี่ยง อะไรฉลุย

7.03.24 | 18:41 น.

เปิดตลาด ซีแอลเอ็มวี ชี้อะไรเสี่ยง อะไรฉลุย


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี (ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) มีแนวโน้มขยายตัวสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยไอเอ็มเอฟ คาดการณ์เศรษฐกิจโลก ปี 2567 ขยายตัว 2.9% (ชะลอตัวจากที่คาดการณ์การขยายตัวปีก่อน 3% โดย กัมพูชา ขยายตัว 6.1% ลาว ขยายตัว 4% เมียนมา ขยายตัว 2.6% และเวียดนาม ขยายตัว 5.8 % กลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี มีความสัมพันธ์กับไทยทั้งในมิติเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และมิติทางประวัติศาสตร์ร่วมกัน

แม้จะมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กันแต่ทุกประเทศมีนโยบายทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่มีลักษณะเฉพาะตัว การศึกษาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ จะช่วยสร้างโอกาสในการส่งออกสินค้าไทย ตลอดจนขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน รวมทั้งเป็นข้อมูลสำหรับภาครัฐและเอกชนในการจัดทำนโยบายและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี

Advertisement

กัมพูชา 1.ธนาคารโลกเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจของกัมพูชาขึ้นมาอยู่ในกลุ่มประเทศ Lower – Middle Income ในปี 2559 2.สหภาพยุโรปได้เริ่มกระบวนการเพิกถอนกัมพูชาจากสิทธิพิเศษทางการค้า Everything But Arms (EBA) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 3.การจัดทำแผนแม่บทโลจิสติกส์เพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ผ่าน 3 ระเบียงเศรษฐกิจ (เชื่อมโยงทะเลจีนใต้ ชายแดนประเทศไทย และชายแดนเวียดนาม) และ 4) การเปลี่ยนผ่านการปกครองสู่พลเอกฮุน มาเนต ผู้นำพรรค Cambodian People’s Party ที่ชนะการเลือกตั้งในปี 2566 ด้วยคะแนนเสียง84%

ลาว 1. การมุ่งเป็น Battery of Asia ปัจจุบัน สปป. ลาว มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 42 แห่ง 2. รถไฟลาว – จีน เป็นจุดเปลี่ยนลักษณะภูมิประเทศจาก Land-locked เป็น Land-link เชื่อมต่อกับจีน ตลอดจนเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศ 3. สหประชาชาติรับรองให้ ลาว หลุดพ้นจากประเทศด้อยพัฒนาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 4.การพัฒนาระบบการคลังผ่านการเพิ่มการจัดเก็บรายได้และลดการใช้จ่ายภาครัฐ โดยออกมาตรการควบคุมด้านการคลัง พัฒนาการจัดเก็บรายได้ และคุมการใช้จ่ายภาครัฐ 5.ราคาเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ลาว ประสบปัญหาภาวะเงินเฟ้อสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2565

เมียนมา 1.ปี 2562 ธนาคารกลางเมียนมาประกาศออกใบอนุญาตให้แก่ธนาคารต่างประเทศจํานวน 5 – 10 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเปิดเสรีทางการเงินของประเทศ 2.การรัฐประหารเมื่อปี 2564 เป็นปัจจัยจำกัดการเติบโตที่สำคัญ 3.นักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตจากเมียนมาไปยังประเทศจีนในช่วงปลายปี 2565 ภายหลังจากที่เมียนมาประสบปัญหาการเมืองภายในประเทศ และ 4.ปี 2565 ค่าเงินจั๊ตอ่อนค่ารุนแรง และรัฐบาลจึงได้ดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพโดยการลดการสั่งสินค้าจากต่างประเทศ จำกัดการนำเข้า แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

เวียดนาม 1. เวียดนามมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่ากว่า 435,000 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ การทำข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ แรงงานที่มีคุณภาพ และมีทำเลที่ตั้งที่เป็นประโยชน์ต่อการค้าในภูมิภาค 2.เวียดนามเป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุดในกลุ่ม CLMV โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าส่งออกหลัก สัดส่วนกว่า 30% โดยประเทศคู่ค้ารายใหญ่ ได้แก่ สหรัฐฯ และจีน 3.การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ e-Commerce จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น โดยปี 2565 เวียดนามมียอดการค้าบน e-Commerce สูงเป็นลำดับที่ 26 ของโลก มูลค่ารวมกว่า 13,358 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

4. เวียดนามมีประชากรมากเป็นลำดับที่ 15 ของโลก (96.2 ล้านคน) โดย 70% อยู่ในวัยทำงาน ส่งผลให้มีแรงงานจำนวนมากและมีตลาดภายในขนาดใหญ่ 5. การเมืองมีเสถียรภาพไม่ผูกขาดกับผู้นำคนเดียว แม้จะปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ 6. เวียดนามได้ประโยชน์จากสงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน เป็นประเทศเป้าหมายในการเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ รวมทั้งได้รับผลประโยชน์จากการส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ทดแทนการส่งออกจากจีน 7. การบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาดแรงงาน 8. เวียดนามให้สัตยาบันรับรองข้อตกลง CPTPP ในปี 2561 โดยประเทศสมาชิกจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าตามรายการสินค้าที่กำหนดไว้ และ 9. ปี 2563 เวียดนามยกเลิกข้อจำกัดการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจทั่วไป โดยยกเลิกเพดานการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ และลดเพดานจำกัดการถือครองหุ้นของต่างชาติเป็น 30 %สำหรับธุรกิจบางประเภท เช่น การธนาคาร และการบิน

โอกาสการค้าการลงทุนของไทย

กัมพูชา 1. ใช้ประโยชน์จากแผนแม่บทโลจิสติกส์ 2025 ผ่านการส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชาและประเทศที่ 3 เช่น เวียดนาม ซึ่งไทยสามารถลดต้นทุนทางการเงินและเวลาได้เฉลี่ย 20% 2. อุปสงค์สินค้าผลไม้และผลไม้แปรรูปเพิ่มสูงขึ้นเป็นโอกาสส่งออกผลไม้แปรรูปของไทย 3. ความได้เปรียบจากการมีค่าแรงต่ำสุดในกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี จึงเหมาะกับอุตสาหกรรมที่เป็น Labor – Intensive 4. การออกกฎระเบียบที่ดึงดูดการลงทุน อาทิ กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำในการเริ่มต้นกิจการเพียงประมาณ 100,000 บาท การถือครองหุ้นได้100% (ในอุตสาหกรรมที่ไม่หวงห้าม) รวมทั้งสามารถนำกำไรกลับประเทศได้โดยมีกฎระเบียบน้อยกว่าประเทศอื่นในกลุ่ม ซีแอลเอ็มวี และ 5. ธุรกิจที่น่าสนใจ ได้แก่ การแพทย์ พลังงาน เกษตรกรรม อสังหาริมทรัพย์

ลาว 1.การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของ สปป. ลาว โดยจัดทำแผนบูรณาการการใช้พื้นที่บริเวณจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดหนองคายเชื่อมโยงไทยไปยังจีน ผ่านรถไฟ สปป. ลาว – จีน 2. การขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟ สปป. ลาว – จีน ทำให้การขนส่งผลไม้จากไทยไปจีนสะดวกขึ้นด้วยต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งในอนาคตสินค้าธัญพืชและสินค้าประมงแช่เย็น จะสามารถใช้เส้นทางรถไฟดังกล่าวขนส่งสินค้าเข้าไปยังจีนได้เช่นกัน 3. การเร่งปฏิรูปโครงสร้างระบบการเงินการธนาคารและสินเชื่อของประเทศให้มีความเป็นสากล สามารถรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้น รวมทั้งเป็นโอกาสของไทยในการขยายการลงทุนสาขาบริการธนาคารในลาว 4. ผู้บริโภคมีความนิยมในสินค้าไทยโดยมองว่าเป็นสินค้าระดับบนที่มีคุณภาพ และนิยมข้ามพรมแดนมาจับจ่ายใช้สอยบริเวณชายแดน ทั้งนี้ มูลค่าการค้าชายแดนไทย – ลาว ช่วง ม.ค. – ส.ค. 2566 มีมูลค่าการค้ารวม 169,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.53% และ 5. ความท้าทายสำหรับการค้าและการลงทุนในลาว ได้แก่ ตลาดมีขนาดเล็ก ประชากรประมาณ 7.5 ล้านคน ต่ำที่สุดในซีแอลเอ็มวี และกำลังซื้อยังไม่สูงมากนัก

เมียนมา 1. การเร่งส่งเสริมการค้าชายแดน เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลน ชาวเมียนมาจึงเลือกข้ามแดนมาใช้จ่ายบริเวณตะเข็บชายแดน ซึ่งชายแดนไทย-เมียนมามีระยะทางถึง 2,400 กิโลเมตร ประกอบกับในปลายปี 2565 รัฐบาลเมียนมาผ่อนปรนให้สามารถใช้เงินบาทชำระค่าสินค้าสำหรับการค้าชายแดน เพื่อกระตุ้นการค้าและลดการพึ่งพาการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ 2. โอกาสของไทยในการเป็นตัวเลือกลำดับต้นหากนักลงทุนพิจารณาจะย้ายฐานการผลิตออกจากเมียนมา โดยไทยอาจให้สิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับนักลงทุนที่ย้ายฐานการผลิตจากเมียนมา เช่น เครดิตภาษีนำเข้าเครื่องจักรหรือปัจจัยการผลิต การนำเข้าแรงงานฝีมือ เป็นต้น และ3. ความท้าทายสำหรับการค้าและการลงทุนในประเทศเมียนมา ได้แก่ กำลังซื้อโดยเฉลี่ยยังไม่สูง มีความแตกต่างด้านชาติพันธุ์สูง

เวียดนาม 1.การที่เวียดนามมุ่งหมายเป็นศูนย์กลางไอทีของ ซีแอลเอ็มวี และอาเซียน เป็นผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานฝีมือด้านไอที ซึ่งการส่งออกแรงงานฝีมือด้านไอทีผ่าน Remote work ของไทย เป็นประเด็นที่ควรศึกษาความเป็นไปได้ 2.เวียดนามเป็นตลาดขนาดใหญ่ และเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ด้วยประชากรที่มากเป็นลำดับที่ 15 ของโลก (96.2 ล้านคน) และ 70% อยู่ในวัยทำงาน ส่งผลให้มีกำลังซื้อสูงที่สุดในกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี และ 3. ความท้าทายสำหรับการค้าและการลงทุนในเวียดนาม ได้แก่ ชาวเวียดนามไม่ได้มองว่าสินค้าไทยมีคุณภาพดีกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศหรือที่ซื้อจากประเทศอื่น ซึ่งแตกต่างกับ ลาว เมียนมา และกัมพูชา ที่มองว่า สินค้าไทยเป็นสินค้าระดับกลาง – ระดับบน

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ความสำคัญของประเทศในกลุ่ม ซีแอลเอ็มวี ต่อการส่งออกของไทยว่า การส่งออกของไทยไปยังประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี มีมูลค่ารวมกว่า 26,695.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 9.4% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยในปี 2566 โดยกัมพูชา คิดเป็นสัดส่วน 2.3% ประมาณ 6,441.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลาว คิดเป็นสัดส่วน 1.6 % ประมาณ 4,647.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมียนมา คิดเป็นสัดส่วน 1.6% ประมาณ 4,410.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วน 3.9 % ประมาณ 11,196.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ