เจ้าสัวจีน คาดศก.ไทยโต2.7-3.2% ชี้ท่องเที่ยว-บริโภค ช่วยเพิ่มจีดีพี พอใจวีซ่าฟรีจูงใจลงทุน
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลสำรวจผู้บริหารและธุรกิจในหอการค้าไทย-จีน 476 ราย หัวข้อความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาส 2/2567 ระหว่างวันที่ 15-20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า จากคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 หลายสำนักวิจัย คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตช่วง 2.7-3.7% นั้น 58% ของผู้ถูกสำรวจ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.7-3.2% อีก 15% คาดว่าโต 3.2-3.7% โดยมองว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะถูกขับเคลื่อนด้วยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก ตามด้วยการจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชน ส่วนการใช้จ่ายของภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญน้อยที่สุดในปีนี้
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยโต 2.7-3.7% นั้น มองว่าความเสี่ยงที่ควรต้องเฝ้าระวัง อันดับแรก คือ ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ตามด้วยความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจเกิดภาวะสงคราม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำหน้าที่แทนแรงงาน และความคิดที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มคนต่างวัย สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนั้น ส่วนใหญ่เล็งเห็นว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับตัวลดลงในอีกไม่นาน ซึ่งกลุ่มสำรวจ 45.6% คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงอีก 3 เดือนหน้า ขณะที่ 29.8% คาดว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับตัวลดลงภายหลังสามเดือน

สำหรับความเห็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนนั้น จากการที่ไทยได้ให้ฟรีวีซ่ากับชาวจีนปลายปี 2566 และจีนเองให้วีซ่าฟรีกับชาวไทยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 กลุ่มสำรวจ 67% คิดว่าการให้ฟรีวีซ่าเป็นสัญญาณความร่วมมือที่ดีระหว่างประเทศและส่งผลทำให้แนวโน้มการค้าการลงทุนระหว่างไทยและจีนจะดีขึ้น และ 28% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เล็งเห็นว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวจะทำให้การค้าการลงทุนระหว่างไทยและจีนอยู่ในระดับดีขึ้นมาก เมื่อได้ถามถึงอุตสาหกรรมใดที่ไทยน่าจะชวนจีนมาร่วมลงทุนในปี 2567 อันดับแรก คืออุตสาหกรรมเครื่องจักรและยานยนต์ รองลงมาคือ อุตสาหกรรมดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ ตามลำดับ
เมื่อสอบถามว่า การชะลอตัวของจีนตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จะมีผลกระทบทางลบต่อธุรกิจนำเข้าและส่งออกของไทยด้านใดนั้น 30.6% เห็นว่าอุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก จะได้รับผลกระทบสูงสุด ขณะที่ 26.2% เห็นว่าเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มจะพัฒนาพัฒนาไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า นโยบายของประเทศไทยจึงมีเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2573 เพื่อให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้เติบโตเข้าเป้าหมาย โดย 57.3% ของกลุ่มสำรวจ เห็นว่าเป้าหมายนั้นเป็นไปได้หากอุตสาหกรรมยานยนต์จีนมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ 34% เห็นว่าให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นและชาติตะวันตกมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นด้วย เป้าหมายดังกล่าวจึงจะบรรลุได้
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า การที่ประเทศจีนกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2567 อัตรา 5% และเพิ่มอัตราการจ้างงานใหม่มากกว่า 12 ล้านคน รวมถึงส่งเสริมการเปิดประเทศ ซึ่งจะขยายการนำเข้าสินค้าคุณภาพสูงจากต่างประเทศด้วยนั้น คาดเป็นโอกาสสำหรับการขยายการส่งออกสินค้าของไทยไปจีน หากพิจารณาภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของจีนช่วง 2 เดือนแรก 2567 มีทิศทางที่ดี ตามที่ศุลกากรจีนรายงานว่าการค้าระหว่างประเทศของจีน ขยายตัว 8.7% มีมูลค่าการค้ารวม 6.61 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 930.96 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการส่งออกของจีนขยายตัว 10.30% มีมูลค่าการส่งออก 3.75 ล้านล้านหยวน และการนำเข้าขยายตัว 6.7% มีมูลค่าการนำเข้า 2.86 ล้านล้านหยวน

ส่วนประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีนในกลุ่มอาเซียน ช่วง 2 เดือนแรก 2567 การค้ารวมระหว่างประเทศจีนและไทย ขยายตัว 5.9% มีมูลค่า 133,210 ล้านหยวน หรือประมาณ 18,747.1 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกของจีนไปไทย ขยายตัว 11.6% มีมูลค่า 88,460 ล้านหยวน แต่การนำเข้าของจีนจากไทย หดตัว 3.8% มีมูลค่า 44,750 ล้านหยวน 

