หน้าแรก เศรษฐกิจ ลาวนั่งหัวโต๊...

ลาวนั่งหัวโต๊ะ รมช.พาณิชย์ร่วมถก ยกฐานะ ‘เศรษฐกิจอาเซียน’ คิ๊กออฟแผนปี 67

9.03.24 | 19:13 น.

ลาวนั่งหัวโต๊ะ ‘รมช.พาณิชย์’ ร่วมถก ยกระดับเศรษฐกิจอาเซียน คิ๊กออฟแผนขับเคลื่อนปี 67

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 30 โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เห็นชอบแผนงานสำคัญที่เป็นกรอบการทำงานของเสาเศรษฐกิจอาเซียนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2567 ภายใต้วาระการเป็นประธานอาเซียนของ สปป.ลาว

นายนภินทรกล่าวว่า อาเซียนให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับคู่ภาคี เพื่อให้อาเซียนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการการผลิตของโลก ผ่าน FTA สองฉบับสำคัญของอาเซียน ได้แก่

1.การเร่งรัดให้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีผลใช้บังคับภายในปี 2567 เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนจากความตกลงฯ ที่ปรับปรุงพันธกรณี ให้มีความทันสมัย รองรับกับรูปแบบการค้ายุคใหม่ รวมทั้งเปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มากขึ้น

Advertisement

2.การผลักดันการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ให้มีความคืบหน้าสำคัญ เช่น การลดและยกเลิกภาษีสินค้าเพิ่มเติม การเปิดเสรีด้านการลงทุน และความร่วมมือกับจีนในสาขาใหม่ๆ อาทิ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจ สีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล

“ในขณะที่ อาเซียนเร่งพัฒนาด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคแล้ว ยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนให้สอดรับกับแนวโน้มการพัฒนาของภูมิภาค ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว ให้เป็นที่ยอมรับในสากล ผ่านการจัดทำยุทธศาสตร์ลดช่องว่างการพัฒนาและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” นายนภินทรเผย

นายนภินทรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ อาเซียนได้เตรียมวางรากฐานของภูมิภาคเพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผ่านแผนงานสำคัญ อาทิ 1.การปรับปรุงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ให้เป็นรูปแบบใหม่ ที่สามารถเชื่อมโยงแพลตฟอร์มทางการค้าใหม่ ๆ เข้ากับระบบปัจจุบัน 2.การจัดทำ Roadmap เพื่อสร้างให้การค้าดิจิทัลในอาเซียนมีมาตรฐานเดียวกัน และ 3.การพัฒนาหมายเลขทะเบียนนิติบุคคลเดียวที่สามารถเทียบเคียงและยอมรับร่วมกันได้ในอาเซียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้พร้อมกับการค้ายุคใหม่

นายนภินทรกล่าวเสริมว่า อาเซียนได้คำนึงถึงระดับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่ต่างกันของประเทศสมาชิก จึงเตรียมเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มที่ ผ่านการจัดทำความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการค้าดิจิทัลในอาเซียน ให้ประเทศสมาชิกมีกรอบกติกาด้านการค้าดิจิทัลที่เหมือนกัน เปิดกว้าง และปลอดภัยในการทำธุรกรรมด้านดิจิทัลระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยให้การประกอบธุรกิจและผู้บริโภคได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย และจะช่วยส่งเสริมการค้าสินค้าและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องให้เติบโต รวมทั้งดึงดูดการลงทุนจากทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ภูมิภาคก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก ภายในปี 2030

นายนภินทรกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนนัดประชุมติดตามผลการดำเนินการอีกครั้งในเดือนกันยายน 2567 ก่อนนำเสนอผลลัพธ์สำคัญต่อผู้นำอาเซียนในเดือนตุลาคมปีนี้

อ่านข่าว : ต้องติดราคาให้ชัด! กรมการค้าฯ ตรวจเข้มผู้ผลิต-จำหน่ายเสื้อผ้า ฉวยโอกาส นทท.