ททท.เล็งเป้า 3 กลุ่ม ดึง ‘ยุโรป’ เที่ยวไทย จีบปท.ดาวรุ่งบินเข้า 8.5 ล.คน ‘อุตยานยนต์’ กังวลอีวีจีนฮุบตลาด
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยยังถือเป็นจุดหมายปลายทางประเทศท่องเที่ยวในฝันของตลาดนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ปี 2567 แบ่งตลาดออกเป็น 3 กลุ่มประเทศในแผนการทำตลาด ได้แก่ 1.กลุ่มเข้ามาเที่ยวเกิน 1 ล้านคนแล้ว อาทิ รัสเซีย 2.กลุ่มเข้ามาใกล้ 1 ล้านคน อาทิ เยอรมนี อังกฤษ ประเทศกลุ่มซีไอเอส และ 3.กลุ่มดาวรุ่ง อาทิ ปาร์ก ยุโรปตะวันออก เห็นอัตราการเข้ามาท่องเที่ยวไทยแบบก้าวกระโดดมาก ตั้งเป้าหมายดึงเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจาก 7.8 ล้านคน เป็น 8.5 ล้านคน
ทั้งปี 2567 นี้ตลาดต่างชาติในระยะไกลเป็นตลาดบริหารความเสี่ยง เพราะจำนวนเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งเป้าไว้ที่ 3.5 ล้านล้านบาท เป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทำได้เพียง 35 ล้านคน เพราะการใช้จ่ายรายหัวของนักท่องเที่ยวจะมากเกินไป จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาก็ต้องเพิ่มขึ้นไปมากกว่านั้น เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในหลายพื้นที่มากขึ้น โดยตลาดยุโรปที่เป็นตลาดระยะไกลเป็นตลาดต้องเข้ามาช่วยสนับสนุน เทรนด์ตั้งแต่ต้นปี 2567 ตลาดยุโรปเข้ามาดีมาก อาทิ รัสเซีย กลุ่มซีไอเอส จึงต้องเน้นกลุ่มตลาดเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก
ขณะที่ นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยถึงโครงการราชประสงค์โมเดล โดยการระบบเทคโนโลยีกล้องปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้ เพื่อช่วยตรวจจับผู้กระทำผิดกฎจราจรของรัฐบาลว่า โครงการเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องลงมือทำจริงจังตลอดไป มีมืออาชีพเข้ามาช่วยกันบริหารจัดการโครงการเพื่อให้เกิดผลรูปธรรมอย่างต่อเนื่องด้วย
“นอกจากกรุงเทพฯยังมีเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ รถติดเช่นกัน ส่วนตัวคิดว่าถ้าโครงการราชประสงค์โมเดลทำไปแล้วดี ในต่างจังหวัดผู้รับผิดชอบคือผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาดูงาน ลองทำตาม เพราะฉะนั้นนอกจากการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์แล้ว ยังมีปัญหาต่างๆ อาทิ รถติด ถ้าได้รับการแก้ไขจะช่วยเรื่องของภาพลักษณ์ประเทศได้ จะเกิดการชมกันปากต่อปากได้” นายศิษฎิวัชรกล่าว
แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมยานยนต์กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของไทยกำลังกังวลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ อีวีไทย หลังรัฐออกมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 1 คือ อีวี 3.0 และมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 คือ 3.5 เพราะค่ายรถยนต์ ส่วนใหญ่เข้าร่วมมาตรการคือค่ายรถยนต์จากจีน ทำยอดขายได้สูงมากในไทย เพราะมาตรการรัฐมอบส่วนลดรถยนต์หลักแสนบาท ประกอบกับค่ายรถยนต์มีส่วนลด หรือโปรโมชั่นจูงใจเพิ่ม ทำให้ราคาถูกลงค่อนข้างมากแม้มาตรการดังกล่าวจะทำให้อีวีในไทยขยายตัวรวดเร็ว เกิดการลงทุนอีวีในไทยจริงจัง แต่กังวลว่าสุดท้ายไทยจะเสียประโยชน์เพราะนักลงทุนจีนต่างจากนักลงทุนญี่ปุ่นคือเน้นการลงทุนเอง 100% อาจทำให้สุดท้ายประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์มากนักจากการลงทุนของค่ายรถจีน

