เมื่อเร็วๆ นี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ดร.คุรุจิต นาครทรรพ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน รวมตัวทำหนังสือเปิดผนึกเกี่ยวกับความเสียหายของนโยบายพลังงานที่เป็นมาและกำลังจะเป็นไปในรัฐบาลชุดนี้ ส่งถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว
ใจความหนังสือเปิดผนึกระบุ นโยบายพลังงานในหลายๆ เรื่อง ที่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนปัจจุบันเสียหายกว่า 2.2 แสนล้านบาท กระทบต่อหนี้สาธารณะประเทศ จากนโยบายค่าไฟและน้ำมัน
พร้อมเสนอ 5 ด้าน คือ 1.รัฐบาลควรกลับมาเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อคืนสภาพคล่องและลดหนี้ให้แก่กองทุนฯที่ปัจจุบันมีภาระหนี้สินกว่า 9 หมื่นล้านบาทหลังลดราคาดีเซลและเบนซิน กังวลอนาคตกองทุนฯ ชำระหนี้เองไม่ได้ รัฐบาลต้องนำเงินจากภาษีที่เก็บจากประชาชนทั้งประเทศไปล้างหนี้ดังกล่าว ประชาชนที่ไม่ใช้รถต้องรับภาระไปด้วย
2.รัฐบาลต้องดูแลราคาค่าไฟเหมาะสม ไม่ควรกระทบต่อสถานะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่รับภาระต้นทุนค่าไฟ จน กฟผ.ต้องแบกรับหนี้ถึง 137,000 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566
3.รัฐบาลควรปล่อยให้ 6 โรงกลั่นปรับสูตรคิดราคาน้ำมันอ้างอิงตามมาตรฐาน ยูโร 5 สะท้อนต้นทุน ตามนโยบายไทยผลิตน้ำมันยูโร 5 มีผลบังคับ 1 มกราคม 2567 เพราะเอกชนลงทุนหลายหมื่นล้านบาท หากเพิกเฉย ผู้ค้าน้ำมันอาจกำหนดราคาขายหน้าปั๊มเอง มีผลเสียต่อผู้บริโภค และโรงกลั่นไม่ยอมลงทุนอะไรอีก กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน
4.การลดราคาน้ำมันของรัฐบาลกระตุ้นการใช้รถยนต์ จนกระทบต่อคุณภาพอากาศ พีเอ็ม2.5 สวนทางนโยบายรถไฟฟ้าสาธารณะ ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รัฐบาลมีความตั้งใจลดปัญหาควันพิษหรือไม่
5.อยากให้รัฐบาลยกเลิกการปรับสูตรการคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติในพูลก๊าซใหม่ ที่มีผล 1 มกราคม 2567 ให้กลับไปใช้สูตรเดิม เพราะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบของปิโตรเคมีทั้งระบบพุ่ง 30-40% กระทบอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและห่วงโซ่อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้เวลาพัฒนามา 39 ปี พร้อมตั้งข้อสังเกตข้อเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับสูตร สุ่มเสี่ยงใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย
ซาวเสียงจากรัฐและเอกชน ลงความเห็นคล้ายกัน ข้อมูลไม่ต่างจากที่รู้ๆ กัน
ข้อเสนอแนะไม่เฉียบคม ไม่ขลังพอ!!

