นายทิฆัมพร เปล่งศรีสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทประสบปัญหาผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากกลุ่มชนชั้นกลางระดับล่าง ที่เป็นลูกค้าเป้าหมายของบริษัท ได้รับผลกระทบด้านกำลังซื้อ จากการไม่มีนโยบายประชานิยม แม้รัฐบาลทหารจะมีโครงการประชารัฐที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ในทางปฏิบัติไม่ประสบผลสำเร็จ ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้อัตราการปฏิเสธการขอสินเชื่อของธนาคารปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ทำเลและขนาดของโครงการที่วางแผนไว้ในอดีต และสินค้าค้างขาย เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผลประกอบการของ LPN ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้น ในปี 2560 จะเป็นปีแห่งการปรับ หรือ “Year of Shift” ทิศทางการดำเนินงานของแอลพีเอ็นและบริษัทในเครือทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พรสันติ จำกัด และกลุ่มธุรกิจให้บริการคือ บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด และบริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้ LPN จะพัฒนาโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 20,000 ล้านบาท โดย 7 จาก 12 โครงการเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางบน ด้วยทำเลใจกลางเมืองหรือแหล่งที่อาศัยที่ยังมีความต้องการซื้อ อาทิ มักกะสัน ดินแดง ตั้งเป้ายอดขาย 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มียอดขายประมาณ 8,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2559 ที่มีรายได้ 13,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากโครงการพร้อมอยู่และพร้อมส่งมอบ 7,000 ล้านบาท หรือ 50% ของมูลค่ารวม ขณะที่อีก 3,000 ล้านบาทจะมาจากโครงการที่เปิดตัวในปี 2560

