CPN ปั้น ’พหลโยธิน’ ย่านธุรกิจใหม่ พร้อมต่อสัญญา ’เซ็นทรัลลาดพร้าว’ ผู้ว่ารถไฟส่งซิก ยังไม่ถึงเวลา
นับถอยหลังเหลือเวลา 5 ปี สัญญาเช่าที่ดินกว่า 47 ไร่ บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ที่ตั้งของ ”เซ็นทรัล ลาดพร้าว” อาณาจักรเก่าแก่กว่า 4 ทศวรรษที่ ”กลุ่มเซ็นทรัล” บุกเบิกมาตั้งแต่เป็นที่รกร้างว่างเปล่าจะสิ้นสุดลง
ตามเดดไลน์ในสัญญาวันที่ 18 ธันวาคม 2571 จะเป็นวันสุดท้าย แต่ท้ายที่สุดจะยังเป็นเซ็นทรัลรายเก่าหรือหน้าใหม่นั้น ตามไทม์ไลน์ต้องมีความชัดเจนก่อนสัญญาจะสิ้นสุดอย่างน้อย 2 ปี
แม้เวลายังไม่หมด แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะเปิดโต๊ะเจรจากับเซ็นทรัลหรือเดินหน้าเปิดประมูลภายใต้เงื่อนไขใหม่
ล่าสุด ”นิรุฒ มณีพันธ์” ผู้ว่าการรฟท. กล่าวว่า ยังไม่มีการนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาพิจารณา เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา สัญญายังเหลืออีก 5 ปี ซึ่งต้องรอให้บริษัทลูก บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เป็นผู้พิจารณาจะเดินหน้าในรูปแบบไหน
เนื่องจากรฟท.ได้โอนการบริหารจัดการที่ดินให้บริษัทลูกเป็นผู้ดำเนินการไปแล้ว คาดว่าในปี 2568 จะเริ่มดำเนินการจ้างบริษัทที่ปรึกษามาประเมินมูลค่าทรัพย์สินและมูลค่าโครงการ อย่างไรก็ตามที่ดินตรงเซ็นทรัลลาดพร้าวถือว่าเป็นรายได้ก้อนใหญ่ของการรถไฟฯและที่ผ่านมาบริษัทมีการจ่ายค่าเช่าทุกปี
“มูลค่าโครงการน่าจะเพิ่มขึ้นตามสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน เพราะมีรถไฟฟ้าและราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้น และคงจะมากกว่าที่เซ็นทรัลต่อสัญญารอบสองที่อยู่ที่ 21,298 ล้านบาท แต่จะเท่าไหร่นั้นอยู่ที่ผลการประเมินของบริษัทที่ปรึกษา” นายนิรุฒกล่าว
ฝั่ง “วัลยา จิราธิวัฒน์” แม่ทัพใหญ่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือCPN ประกาศเมื่อช่วงเดือนตุลาคม2566 ว่า พร้อมเจรจากับการรถไฟเพื่อต่อสัญญาเช่าเซ็นทรัลลาดพร้าว
พร้อมระบุการที่เซ็นทรัลต้องการต่อสัญญาลาดพร้าวออกไปอีก เนื่องจากมีความมั่นใจในทำเลซีบีดีโซนเหนือของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทำเลที่เซ็นทรัลอยู่มานานและรู้ว่ากำลังซื้อเป็นอย่างไร และบริษัทมั่นใจจะสามารถดำเนินการต่อสัญญาได้
ส่วนจะมีการซินเนอร์จี้กับโครงการเมกะมิกซ์ยูสย่านพหลโยธิน เนื้อที่ 48 ไร่ มูลค่า 20,000 ล้านบาท เยื้องกับแดนเนรมิตเก่า ซึ่ง CPN กำลังเดินหน้าก่อสร้างหรือไม่นั้น ในวันนั้นซีอีโอเซ็นทรัลตอบว่า ยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้ เพราะต้องรอผลการเจรจาก่อน แต่การที่เซ็นทรัลจะพัฒนาทั้ง 2 โครงการ เพราะมีความเชื่อมั่นในทำเลโซนนี้ที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ในอนาคต
และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 ในช่วงหนึ่งของการแถลงแผนธุรกิจประจำปี 2567 “ซีอีโอเซ็นทรัล” ยังย้ำคำตอบเดิมว่า พร้อมเจรจาและขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ ซึ่งบริษัทพร้อมเจรจา ถ้าการรถไฟฯเปิดโอกาส เราก็ยินดี ซึ่งตามสัญญาจะต้องมีการเจรจากันก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดใน 2 ปีสุดท้าย
ด้าน ”ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ซึ่งเป็นผู้เช่าช่วงในพื้นที่ของเซ็นทรัล ในโครงการโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว กล่าวว่า ปัจจุบันยังเหลือสัญญาเช่า 5 ปี ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนจะลงทุนรีโนเวตโรงแรมใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งปรับปรุงไปเมื่อครั้งต่อสัญญารอบสอง และสภาพยังดีอยู่ คงรอความชัดเจนการต่อสัญญาเช่าระหว่างเซ็นทรัลกับรฟท.ด้วย
“ผมเชื่อว่าเซ็นทรัลคงไม่ทิ้งทำเลนี้ เพราะได้ลงทุนพัฒนาโครงการมาร่วม 50 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ดินเดิมเป็นที่ทิ้งขยะ ไม่มีความเจริญเติบโตอะไรเท่าไหร่ แต่ผมก็ตอบไม่ได้ว่าที่จะเจรจากันจะเป็นอย่างไร คงต้องรอดู ยังมีเวลาเหลืออีก 5 ปี ซึ่งปัจจุบันที่นี้เรามีอัตราเข้าพักอยู่ที่ 80% ถือว่าเป็นอัตราที่สูง”นายธีระยุทธกล่าว
ย้อนดูวันแรกเริ่มสัญญา ผู้ทำสัญญาเช่า คือ บริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ที่นำไปเช่าช่วงให้กับศูนย์การค้าและโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
สัญญาเช่าเริ่มต้นเมื่อปีปี 2521 ครบสัญญารอบแรก 30 ปี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2551 จากนั้นได้เจรจาต่อสัญญาอีก 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2551-วันที่ 18 ธันวาคม 2571 โดยการรถไฟฯได้ผลตอบแทนคิดเป็นวงเงินรวมตลอดอายุสัญญา 21,298 ล้านบาท
ปัจจุบันสัญญาเหลือเวลา 5 ปี ขณะที่ค่าเช่าที่เหลือ ซึ่งเซ็นทรัลต้องจ่ายตามสัญญานั้น ในปี 2567 จำนวน 1,387.603 ล้านบาท ปี 2568 จำนวน 1,470.859 ล้านบาท ปี 2569 จำนวน 1,559.111 ล้านบาท ปี 2570 จำนวน 1,652.658 ล้านบาท และปี 2571 จำนวน 1,751.817 ล้านบาท

