หน้าแรก เศรษฐกิจ สุดาวรรณ นำรั...

สุดาวรรณ นำรัฐ-เอกชน ร่วมระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ ดันไทยฮับท่องเที่ยว

15.03.24 | 12:52 น.

สุดาวรรณ นำประชุมร่วมรัฐ-เอกชน ระดมสมอง กำหนดยุทธศาสตร์ ดันไทยฮับท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า งานประชุม WORKSHOP IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นประธานเปิดงานนั้น ถือเป็นการรวมตัวกันของทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เพื่อร่วมระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การนำศักยภาพจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย มาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้สังคมไทยอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Tourism Hub หรือการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างแท้จริง เพื่อเพิ่มรายได้ในทุกมิติ

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี จะมีการผลักดัน 5 ประเด็นสำคัญที่จะระดมสมองร่วมกันเพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ประกอบด้วย 1.Things must do in Thailand ไทยมีความร่ำรวยทางวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ จนเป็นที่มาของ Amazing Thailand ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ชาวโลกมาเยี่ยมเยือนประเทศไทย ได้แก่ 1. อาหารไทย 2. มวยไทย 3. ผ้าไทย 4. วัดไทย และ 5. Thai Show เราจะหาวิธีการช่วยกันเฟ้นหาและผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เข้าไปอยู่ในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อให้นักท่องเที่ยวนึกถึงประเทศไทยเป็นประเทศแรก ใช้ความทรงพลังของเอกลักษณ์ไทย มัดใจชาวโลกให้เข้ามาท่องเที่ยว มีรอยยิ้ม และเก็บความประทับใจกลับไปบอกต่อจนติดใจและกลับมาเที่ยวซ้ำ

Advertisement

2.จุดพลังเมืองหลักชูเมืองรอง ไทยมีแหล่งท่องเที่ยว ประเพณี วัฒนธรรมที่หลากหลาย มีอัตลักษณ์เฉพาะแต่ละพื้นที่รวมทั้งมีภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกัน มีศักยภาพและความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปค้นหา สัมผัสประสบการณ์ และเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งประเทศ เราจะร่วมกันหาวิธีการผลักดันทุกเมืองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ทั้ง 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ยกระดับเมืองรองให้เป็นจุดท่องเที่ยวมากขึ้นเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองหลักสู่เมืองรอง ส่งต่อและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อขับเคลื่อนการกระจายรายได้สู่พี่น้องชาวไทยให้กินดีอยู่ดี โดยใช้การท่องเที่ยวสร้างรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกิดความยั่งยืน จากระดับชุมชนสู่ชุมชน จากเมืองสู่เมือง และจากประเทศสู่สายตาชาวโลก

3.การยกระดับ World Class Events เพื่อเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางกลุ่ม MICE โดยไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนา ยกระดับสู่การเป็นเมืองแห่ง World Class Events เตรียมความพร้อมของสนามกีฬาขนาดใหญ่ ศูนย์การประชุม ศูนย์การจัดแสดงสินค้าที่มีมาตรฐานและศักยภาพในการรองรับการจัดงานอีเว้นท์ระดับโลก โดยจะต้องหาวิธีทำผลักดันให้ไทยเป็นเมืองศูนย์กลางมหกรรมความบันเทิงระดับโลก ให้ไทยไม่หลับใหล ก้าวสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางงานเทศกาล งานศิลปะ งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ การประชุมระดับนานาชาติ และมหกรรมคอนเสิร์ต โดยนำศิลปินระดับโลกเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก และการจัดงาน Mega Events และยกระดับเทศกาลไทยจาก Local to Global เช่น มหาสงกรานต์ ลอยกระทง ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งการจัดมหกรรมในระดับ World Class Events จะสร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วน และกระจายลงสู่ระดับภูมิภาค ท้องถิ่น และชุมชนอย่างทั่วถึง

4.ประสานพลัง ASEAN Connectivity การเชื่อมแบบไร้รอยต่อ หาวิธีการเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน จับมือกับประเทศพันธมิตรในระดับภูมิภาค โดยใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย สร้างความเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ เพื่อรวมการท่องเที่ยวในภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียว โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักต้อนรับนักท่องเที่ยว ดึงจุดแข็งของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจากประเทศเพื่อนบ้านมารวมเป็นแพคเกจดึงดูดนักท่องเที่ยว ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิม ต่อจิ๊กซอว์เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว โดยต้องผลักดันให้เกิดซิงเกิล (Single Visa) และการนำเทคโนโลยีมายกระดับการบริหารจัดการพิธีการข้ามแดน รวมทั้งปลดล็อคปัญหาอุปสรรคในการข้ามแดน เชื่อมโยงล้อ ราง เรือ อย่างเป็นระบบ เพื่อก้าวสู่การเป็น ASEAN One Destination โดยไทยเป็นศูนย์กลาง

5.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยการจะก้าวเข้าสู่ความเป็น Tourism Hub สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การสร้างประสบการณ์และความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยแรกในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ความสะดวก ความสะอาด รวมทั้งการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ต้องบูรณาการความร่วมมือในการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ใช้เสน่ห์ ความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีของคนไทย ดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ร่วมกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลความปลอดภัยสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว สร้างความมั่นใจโดยการอัพเกรดมาตรฐานการให้บริการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ใส่ใจความสะอาด ตระหนักความสำคัญของสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการยกระดับการให้บริการ สร้างประสบการณ์ที่ดีและภาพลักษณ์ที่น่าจดจำ นำไปสู่การกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและบอกต่อ สู่การเป็นบ้านหลังที่สองที่อบอุ่นใจเมื่อได้กลับมาเยือน

“รายได้จากการท่องเที่ยวดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากที่สุดถึง 18.64 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั้งหมด จากในปี 2566 อยู่ที่ 12.80 % ของจีดีพีไทย จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจส่วนสำคัญของประเทศไทยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยว คือ จุดแข็งของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ปรับสเกลการพัฒนาให้มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาปัจจัยเกี่ยวเนื่องของวงจรการท่องเที่ยว ปรับกลยุทธ์ให้นักท่องเที่ยวเพิ่มรายจ่ายต่อทริปและเพิ่มจำนวนวันพักของนักท่องเที่ยว กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองรองอย่างทั่วถึง ทำให้ทุกคนถือเป็นกลไกแลพฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยจุดพลังให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในการท่องเที่ยวได้” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว