นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนมกราคม 2560 เท่ากับ 100.75 สูงขึ้น 0.16% จากเดือนธันวาคม 2559 และสูงขึ้น 1.55 % เทียบเดือนมกราคม 2559 ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 28 เดือน เนื่องจากการปรับตัวราคาน้ำมัน ผัก ผลไม้ และสัตว์น้ำ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (หักกลุ่มน้ำมันและอาหารสด) เท่ากับ 101.05 สูงขึ้น 0.07% จากเดือนธันวาคม 2559 และสูงขึ้น 0.75% เทียบเดือนมกราคม 2559 ทำให้เดือนมกราคม 2560 มีรายการสินค้าและบริการ ราคาเพิ่มขึ้น 139 รายการ ราคาเท่าเดิม 199 รายการ และราคาลดลง 84 รายการ
แม้ขณะนี้แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 3.6% และราคาน้ำมันดิบโลกขยับสูงกว่าคาดการณ์เดิมไม่เกิน 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นกว่า 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า รวมถึงเงินเฟ้อขยับสูงขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์จะยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีนี้ไว้เท่าเดิมที่ 1.5-2.0%
“คงจะมีการทบทวนเงินเฟ้อหลังจากนี้ เมื่อแนวโน้มราคาน้ำมันและราคาสินค้าขยับต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าไตรมาสแรกปีนี้เงินเฟ้อจะสูงขึ้น 1.77% ถือว่าเงินเฟ้อปีนี้เป็นขาขึ้นแล้ว แต่ไม่อยากให้ประชาชนวิตก เรื่องราคาสินค้าจะขยับขึ้น เพราะกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน มีการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่เกินการฉวยโอกาส “
สำหรับปัจจัยสนับสนุนเงินเฟ้อปีนี้ คือ อุปสงค์ภาคครัวเรือนเริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับการผลิตและรายได้เกษตรกร รายได้จากการส่งออกมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น มาตรการภาครัฐสนับสนุนกำลังซื้อสำหรับครัวเรือนรายได้น้อยและการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมปี 2560 ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง คือ เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของคู่ค้าสำคัญ ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น กระทบราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ และเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าส่งผลกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขันของภาคการส่งออก และต้นทุนการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ
——————-

