หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้รับเหมาเงิ...

ผู้รับเหมาเงินเริ่มชอร์ต พิษงบช้า ไร้งานใหม่ เจออีกเด้ง ‘ดอกเบี้ยแพง’ จี้รัฐเร่งประมูลงาน

18.03.24 | 22:54 น.

ผู้รับเหมาเงินเริ่มชอร์ต พิษงบช้า ไร้งานใหม่ เจออีกเด้ง ‘ดอกเบี้ยแพง’ จี้รัฐเร่งประมูลงาน

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม รายงานข่าวจากวงการรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า ผลจากงบประมาณปี 2567 ล่าช้ากว่า 6 เดือน ส่งผลกระทบต่องานในมือของผู้รับเหมาทั้งรายเล็กและรายใหญ่ลดลงไปจำนวนมาก เพราะงานเก่าเริ่มน้อย ขณะที่ไม่มีงานใหม่เข้ามาเพิ่ม และขาดช่วง ส่งผลต่อสภาพคล่องเริ่มตึงตัว โดยที่ผ่านมามีหลายบริษัท ต้องบริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายในให้สอดรับงานในมือ เช่น ปรับเวลางานให้เข้ากับเนื้องาน ลดการจ่ายค่าล่วงเวลา

ทั้งนี้หากงบประมาณปี 2567 ล่าช้าอีก อาจส่งต่อสภาพคล่องของผู้รับเหมามากขึ้น เพราะตอนนี้มีบางบริษัทเริ่มติดขัดกันบ้างแล้ว หลังงานในมือลดลงและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น จึงอยากให้รัฐเร่งประมูลงานโดยเร็ว เพื่อมาช่วยพยุงสภาพคล่อง

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2566 ภาพรวมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างค่อนข้างซบเซา แทบไม่มีโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐเปิดประมูล เนื่องจากมีการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จึงส่งผลต่อพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2567 มีผลบังคับใช้ล่าช้าออกไปด้วย จึงทำให้วงการรับเหมาในช่วงปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่องพอสมควร เพราะไม่มีงานใหม่เพิ่ม

“ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ 96,000 ล้านบาท ลดลงไป 15-20% ซึ่งในปี 2566 มีรายได้ประมาณ 29,000 ล้านบาท มีงานใหม่เข้ามาประมาณ 11,000 ล้านบาทและปี 2567 คาดว่าน่าจะยังคงเติบโตอยู่ ซึ่งบริษัทกำลังปรับโครงสร้างและแสวงหาธุรกิจด้านอื่น เพื่อมาเสริมรายได้ประจำในระยะยาวเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงงานสัมปทาน ที่มีอยู่และสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลในอนาคต” นายภาคภูมิกล่าว

Advertisement

นายภาคภูมิกล่าวว่า อย่างไรก็ตามคาดสถานการณ์ในปี 2567 น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวให้ไปถึง 3% จึงเป็นไปได้อย่างมากที่รัฐบาลจะเปิดประมูลโครงการใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคมขนส่งของกระทรวงคมนาคม มีแผนจะขออนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี จำนวน 7 โครงการ มูลค่ากว่า 1.37 แสนล้านบาท ทั้งทางด่วน มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ สนามบิน ประกอบ กับพ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 จะประกาศใช้เร็วขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ จะส่งบวกต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง ทำให้สถานการณ์ที่กดดันภาคธุรกิจในขณะนี้เบาบางลง

“แต่ยังมีปัจจัยที่กดดันอุตสาหกรรมการก่อสร้างค่อนข้างหนัก คือ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งคาดหวังว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือกนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอย่างเร็วในเดือนเมษายนนี้ อย่างช้าในครึ่งปีหลัง สิ่งที่อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือ คือ มีการส่งเสริมการลงทุน เช่น เข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ลดภาษีให้กับเอกชน เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะยาว” นายภาคภูมิกล่าว