หน้าแรก เศรษฐกิจ โค้งสุดท้ายเล...

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานส.อ.ท. สมโภชน์ รุก 4 ยุทธศาสตร์ – เชื่อมรัฐ

19.03.24 | 13:03 น.

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานส.อ.ท. สมโภชน์ รุก 4 ยุทธศาสตร์ – เชื่อมรัฐ

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ อีเอ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการลงสมัครตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) คนที่ 17 วาระปี 2567-2569 วันที่ 25 มีนาคมนี้ ว่า พร้อมจะนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์การทำงานเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศชาติ ให้สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง เป้าหมายอยากทำอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในประเทศ ต้องทำให้คนรากหญ้าลืมตาอ้าปากให้ได้ วิธีการที่จะทำให้คนข้างล่างลืมตาอ้าปากได้ ต้องสร้างธุรกิจและสร้างอุตสาหกรรมที่เป็นพื้นฐาน โดยผลประโยชน์ต้องเกิดขึ้นในประเทศให้มากที่สุด และท้ายที่สุดเราต้องพยายามสร้างธุรกิจที่เป็นเอสเอ็มอี สร้างแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ตลาดและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

โดยมีกระบวนการทำงานเชิงรุก ผ่านยุทธศาสตร์ 4 ประการ ได้แก่ 1. ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของประเทศและประสานระหว่างภาครัฐกับเอกชน 2. สร้างพลังและเพิ่มขีดความสามารถของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 3. ประสานภาครัฐให้ช่วยส่งเสริมสนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหม่ และ 4. นำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีมาบูรณาการในเชิงรุกและเชิงรับทุกมิติ

อุดมการณ์ที่ผมมีมาตั้งนานแล้ว คือ อยากสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ ผมเคยเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กระทั่งปัจจุบันทำหน้าที่บริหารธุรกิจในกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ ต้องการนำเสนอไอเดียที่มีเพื่อให้เกิดพลังมากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะเชื่อว่าสภาอุตสาหกรรมฯ คือแกนหลักของประเทศ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้น

พร้อมเข้ามารับหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมประสานให้การทำงานทั้งจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ ต้องรับฟังแต่ละอุตสาหกรรมว่ามีปัญหาตรงจุดไหนและอะไรคือโอกาสในการต่อยอด บางทีมองจากข้างบนไม่เห็น แต่คนข้างล่างมองเห็นและรู้ดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากอะไร เมื่อรับฟังปัญหาแล้วก็นำมาประมวลผลว่าเราจะก้าวเดินอย่างไรต่อไป แล้วนำผลที่ได้ไปรายงานให้ภาครัฐได้รับรู้และหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้การทำงานของทุกฝ่ายมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันส.อ.ท.ต้องเชิญชวนให้อุตสาหกรรมจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย ขณะเดียวกันบริษัทที่อยู่ในไทยต้องได้ประโยชน์จากการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ เพราะนักลงทุนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในเมืองไทยตลอด ฉะนั้นไทยจะต้องเตรียมตัวในขั้นต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันโดยที่ไม่ไปกีดกันผู้ประกอบการที่มาจากต่างประเทศ

Advertisement

“ท้ายที่สุดแล้ว ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ด้วยการเข้ามาของนวัตกรรมและเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และอุตสาหกรรม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์เชิงรุกและมีกระบวนการคิดไปข้างหน้า เพราะด้วยโลกยุคปัจจุบันหากมัวแต่ตั้งรับคงก้าวไม่ทันคนอื่น และต้องคิดด้วยว่าเมื่อโลกอยู่ตรงจุดนี้ เราควรไปอยู่ในจุดไหนและมีการจัดการอย่างไร”นายสมโภชน์กล่าว