งานประชุม WORKSHOP IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับหาข้อสรุปความเห็นจาก 5 กลุ่มย่อย ได้แก่ 1.กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาเยือนประเทศไทย 2.จุดพลังเมืองหลักชูเมืองรอง 3.อีเวนต์ระดับโลก 4.การเชื่อมต่อการท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียนแบบไร้รอยต่อ และ 5.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว
ซึ่ง IGNITE THAILAND’S TOURISM ได้มีการถกเถียงกันหลายประเด็น ดังนี้
การให้ความสำคัญต่อแผนงานกิจกรรมต่างๆ ทั้งการกระตุ้นการเข้ามาท่องเที่ยวไทย ผลักดันการท่องเที่ยว หรือใช้เส้นทางที่ผ่านเมืองรอง ซึ่งเตรียมให้นายกรัฐมนตรี เปิดตัว 10 เมืองรองเป้าหมายในเร็วๆ นี้อีกทั้งผลักดันไทยจัดอีเวนต์ระดับโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันภายในอาเซียน และเพิ่มจำนวนประเทศในกลุ่มตลาดใหม่ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า หรือวีซ่าฟรี และทำแผนฉุกเฉิน
⦁ปี’68ปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย
การตั้งเป้าหมายปี 2568 ผลักดันให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย (Tourism Hub) นั้น หมายถึงจะส่งผลบวกต่อหุ้นที่อิงการเติบโตจากท่องเที่ยวไทย อย่าง AOT, CENTEL และ ERW เนื่องจากในภาพรวมมุ่งหวังการยกระดับเมืองหลักเมืองรอง ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อพัฒนาทุกจังหวัดเป็นเมืองท่องเที่ยว การผลักดันประเทศไทยเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ให้เกิดเทศกาลระดับโลก อาทิ F1, Michelin World Food Expo เป็นต้น รวมทั้งการผลักดันให้มี One Visa Free ของภูมิภาคอาเซียน ลักษณะเดียวกับเชงเกนของยุโรป สร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เพื่อเอื้อให้ผู้จัดงานระดับโลกสามารถเข้ามาจัดแสดงในไทย
ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นแกนหลักของจีดีพีไทย สัดส่วนประมาณ 12% ของจีดีพีรวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และประมาณ 8% ของจีดีพีมาจากการท่องเที่ยวในประเทศ ยังคงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อกระตุ้นจีดีพี และรักษาศักยภาพการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยฝ่ายวิจัยมองการพยายามผลักดันเมืองรองอย่างต่อเนื่อง หลังจากการท่องเที่ยวช่วงที่ผ่านมา กระจุกตัวอยู่ใน 7 เมืองหลัก
จากแนวทางไทยฮับการท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยเอื้อต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้เกิดความคึกคักไปด้วย อย่างหุ้นโรงแรม เช่น ERW ที่มีโรงแรม Hop inn กระจายตัวทั่วประเทศ นอกจากนี้ One Visa Free ภูมิภาคอาเซียน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูมิภาคนี้มากขึ้น ส่วนการกระตุ้นการจัดงานอีเวนต์ เป็นบวกต่อโรงแรมที่เน้นฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจไมซ์ หรือเดินทางท่องเที่ยวเชิงจัดประชุมสัมมนา อาทิ โรงแรมใหญ่ที่ Central world ของ CENTEL และ AWC โรงแรมกลุ่ม Mice ประมาณ 37% ของรายได้
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมยังมองประเด็นท้าทาย ทั้งจากความพร้อมของสนามแข่งรถ รวมถึงต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันมีสนามแข่งรถในไทยที่มีความพร้อมอยู่บุรีรัมย์ แต่ความพร้อมด้านสนามบินและโรงแรมระดับบนยังอาจไม่เพียงพอ โดยปัจจุบันการจัดงานแข่งรถ F1 ในอาเซียนมีแค่ที่สิงคโปร์
องค์ประกอบรวมข้างต้น คาดผลักดันการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ปี 2567 ที่ 31.5 ล้านคน +12% เทียบกับปี 2566 และต่อเนื่องสู่ระดับ 34.6 หรือ 38 ล้านคน ในปี 2567-2568 ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 11% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2560-2562 ที่มี CAGR เพียง 7% ต่อปี โดยการลงทุนหุ้นในกลุ่มยังคงชอบ AOT เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มในฐานะประตูสู่ประเทศไทย รับอานิสงส์มากสุดในกลุ่ม จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของภาครัฐ รวมทั้งทิศทาง ROE และ D/E ทำได้ดีกว่ากลุ่ม ส่วนกลุ่มโรงแรมเป็น MINT ที่เดิมชอบเป็นเบอร์ 2 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากกระแสการลดดอกเบี้ยในอียูและอีเวนต์ในอียู ปีนี้มีทั้งฟุตบอลยูโรและโอลิมปีก ส่งผลให้ Upside เริ่มตึงตัว ฝ่ายวิจัยเริ่มหันกลับมามองที่ CENTEL และ ERW ที่ราคาหุ้นปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่ม อีกทั้งโอกาสในการกลับทิศของดอกเบี้ยนโยบายไทยที่เร็วกว่าในต่างประเทศ น่าจะทำให้ตลาดกลับมาสนใจหุ้นโรงแรมไทยมากขึ้นได้
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีกาสิโน เป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรแห่งความบันเทิง เตรียมสรุปรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องต่อให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงเดือนเมษายน 2567 จากนั้นจะนำเข้าสภาในสมัยประชุมหน้า โดยแนวทางเบื้องต้น ให้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในด้านนี้ที่เปิดบริการอยู่แล้วในต่างประเทศ เป็นผู้มาลงทุนทั้งหมด ทุนจดทะเบียนอยู่ในระดับหมื่นล้านบาท ประเดิมพื้นที่อีอีซี หากเป็นไปตามแผนเริ่มก่อสร้างโครงการปลายปี 2567
รายละเอียดเบื้องต้น เกมบนโต๊ะ จะประกอบด้วยรูเล็ตต์ แบล็กแจ็ก โป๊กเกอร์ บัคคาร่า และอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีประเภทของการเล่นผ่านเครื่องอัตโนมัติ ออนไลน์ และกีฬา ภาพรวมถือเป็นเกมที่ปรากฏในกาสิโนทั่วโลก ทั้งนี้ ช่วงมิถุนายน 2566 สื่อต่างประเทศเคยตีข่าวว่า Galaxy และ MGM พร้อมลงทุนหากได้รับไฟเขียว โดยกรณีที่เกิดขึ้น ฝ่ายวิจัยมองบวกต่อภาคท่องเที่ยวไทย ภายใต้การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเวียดนาม, สิงคโปร์, กัมพูชา ต่างมีกาสิโน เพื่อจับนักท่องเที่ยว ทำให้มองว่าการเปิดกาสิโน จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ชอบมาไทยอยู่แล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางเข้ามาเก๊า สะท้อนจากผู้เดินทางเข้ามาเก๊าปี 2566 มีจำนวนกว่า 28.2 ล้านคน ปี 2562 อยู่ประมาณ 39 ล้านคน มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 70% หรือ 19 ล้านคน ขณะที่ในมิติด้านสังคม ต้องติดตามการควบคุมผู้เข้าใช้บริการ รวมถึงการควบคุมธุรกิจ หรือกิจกรรม ที่มีโอกาสมาคู่กับการเปิดกาสิโน
⦁มุมมองนักวิเคราะห์ตลาดหุ้น
จากประเด็นดังกล่าว น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ได้ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย ต่อ IGNITE THAILAND’S TOURISM ว่า ในระยะสั้นสัปดาห์นี้มีโอกาส Sideway Up โดยแรงหนุนจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 (เพิ่มเติม) ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ทรงตัวในระดับสูงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน จึงให้กรอบดัชนีที่ 1,370-1,420 จุด อีกทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ล่าสุดได้รายงานยอดค้าปลีกในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 ปรับตัวขึ้น 5.5% ดีกว่าโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2% ขณะที่ยอดค้าปลีกทางออนไลน์พุ่งขึ้น 14.4%
ในระยะยาว ปัจจัยในประเทศปี 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะสนับสนุนการจัดอีเวนต์คอนเสิร์ตผ่านการให้งบประมาณและอำนวยความสะดวกในการจัดแสดง เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เคยหลับไหลด้วยเทศกาลดนตรีและเทศกาลอื่นๆ ทั้งเทศกาล ประเพณี วัฒนธรรม อีเวนต์กีฬา เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้มองว่าเป็นผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากหากจำนวนนักท่องเที่ยวยังเป็นขาขึ้นอยู่ รวมถึงในช่วงเดือนเมษายนนี้ ที่มีเทศกาลสงกรานต์ และรัฐบาลวางเป้าหมายจะจัดใหญ่เป็นสงกรานต์เฟสติวัล น่าจะเป็นจุดพีคขึ้นมาอีกครั้ง
น.ส.วิลาสินีทิ้งท้ายว่า การปรับตัวของกลุ่มท่องเที่ยวดีขึ้น ส่งผลให้ consumption ในประเทศดีขึ้น ซึ่งถ้าจะมองกลุ่มนี้ ชอบโรงแรมและอาหาร รวมถึงหุ้นที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกหลักๆ ยังเป็นสนามบินและสายการบิน ไม่แค่ระยะสั้นจะส่งผลในระยะถัดจากนี้

