หุ้นแดงยกแผง รับยื่นเวอร์ชวลแบงก์ วันแรก โบรก ไม่ฟันผลต่อธนาคาร เปิดกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ขอจัดตั้ง
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ยื่นสมัครประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (เวอร์ชวล แบงก์) เป็นวันแรก ซึ่งเห็นหลายบริษัทเผยความต้องการเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวหลากหลาย อาทิ กัลฟ์ แอดวานซ์ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ โดยเบื้องต้นถือว่ากลุ่มทุนรายใหญ่มีความสนใจในตลาดนี้ ซึ่งมุมมองต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในภาพรวม ยังคงมองเป็นกลาง ไม่ได้บวกหรือลบทางใดทางหนึ่ง เนื่องจากอาจมีคนบางส่วนที่มองว่าหากมีเวอร์ชวลเข้ามา จะส่งผลกระทบดิสรัปกับธนาคารดังเดิมหรือไม่ แต่ความจริงธุรกิจธนาคารในปัจจุบัน ก้าวสู่ดิจิทัลไปมากแล้ว ซึ่งหลายธนาคารก็ยื่นขอเป็นเวอร์ชวลเช่นกัน จึงมองว่าไม่ได้เสียประโยชน์อะไรจากภาพรวมธุรกิจ
นายณัฐพล กล่าวว่า กลุ่มทุนที่มีฐานลูกค้าเยอะ เป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจ เพราะอาจมีความได้เปรียบมากกว่าภาพรวมกลุ่มอื่น อาทิ กลุ่มเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่มีฐานลูกค้าหลักหลายสิบล้านเลขหมาย เป็นกลุ่มสื่อสาร ที่มีข้อมูลประวัติการใช้งานโทรศัพท์ ว่าใช้งานการเงินอย่างไร มีการผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ ซึ่งก็เหมือนเครดิตที่อ้างอิงได้ ทำให้กลุ่มธนาคารอาจต้องวางแผนจับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มเหล่านี้ รวมถึงแบงก์ชาติมีการกำหนดเงื่อนไขคือ ธนาคารที่ต้องการทำธุรกิจเวอร์ชวล แบงก์ จะต้องวางระบบใหม่ที่แยกออกจากระบบแบงก์เดิม ทำให้กลุ่มธุรกิจวางระบบไอทีและโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกด้วยตั้งแต่แรก
“ภาพดัชนีที่วิ่งแดนลบในขณะนี้มาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก คือ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนวันที่ 20 มีนาคมนี้ ซึ่งตลาดจะรอดูประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ และแนวโน้มต่างๆ เพื่อตีความการประชุมครั้งถัดไป คาดว่าหลังการประชุมเสร็จแล้ว ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงมา ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น น่าจะทำให้ตลาดหุ้นไทยแข็งค่าขึ้น รับงบประมาณปี 2567 ที่กำลังพิจารณาอยู่ สนับสนุนให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกลับมาคึกคักได้ อาทิ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร ที่รัฐบาลจะลงทุนด้านไอทีเพิ่มมากขึ้น” นายณัฐพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มธนาคาร (แบงก์) ปรับลดลงเกือบทั้งแผง 12 หลักทรัพย์ ดัชนีล่าสุดอยู่ที่ระดับ 370.95 จุด ปรับลดลง 1.37 บาท หรือลบ 0.37% อาทิ หุ้นธนาคารกรุงไทย ราคาอยู่ที่ 16.10 บาทต่อหุ้น ปรับลดลง 0.10 บาท หรือลบ 0.62% หุ้นธนาคารกรุงเทพ ราคา 139.00 บาทต่อหุ้น ปรับลดลง 1.00 บาท หรือลบ 0.71% หุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ราคา 114.50 บาทต่อหุ้น ปรับลดลง 1.00 บาท หรือลบ 0.87%
รวมถึงมีการเคลื่อนไหวของหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ หุ้นกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ราคา 44.50 บาทต่อหุ้น ปรับลดลง 0.25 บาท หรือลบ 0.56% หุ้นเอไอเอส ราคา 209.00 บาทต่อหุ้น ปรับลดลง 1.00 บาท หรือลบ 0.48%
หุ้นโออาร์ ราคา 17.90 บาทต่อหุ้น ปรับลดลง 0.10 บาท หรือลบ 0.56%

