สันติธาร ชี้ โลกกำลังเผชิญ 3 สงคราม แนะ ไทย ต้องดิสทรัปต์โต้คลื่น เพื่อแซงหน้าเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่โรงแรมคิง เพาเวอร์ รางน้ำ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดงานสัมมนา Prachachat Business Forum 2024 ฝ่าพายุความเปลี่ยนแปลง โดย นายสันติธาร เสถียรไทย Future Economy Advisor สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในเสวนาพิเศษ หัวข้อ “Geopolitic Outlook” ว่ากุญแจสำคัญ คือ โลกที่ไร้ระเบียบ มีความผันผวน และส่วนตัวคิดว่า มันมีการหักมุม ซึ่งมีเปลี่ยนแปลง 3 ด้านที่กระทบประเทศไทยและธุรกิจไทยอย่างมาก ได้แก่ 1.สงครามดุดัน 2.แข่งขันดุเดือด และ 3.อาเซียนโดดเด่น
ทั้งนี้ 1.สงครามดุดัน สงครามมีหลายมิติ มีสงครามดั้งเดิม สงครามร้อน ปัญหาคือเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหน ทายไปก็ผิด สงครามด้านเศรษฐกิจ ยิ่งในปีที่มีการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น อาทิ เรื่องข่าวของสายเทคโนโลยี ที่มีสหรัฐ แบนติ๊กต็อก (TikTok) หรือเรื่องที่ใครจะมาเป็นประธานาธิบดี ก็ต้องจับตาดู ถ้าเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีคนบอกว่า เรื่องสงครามจะดุเดือดมากกว่าเดิม
2.แข่งขันดุเดือด โดยมีการถกเถียงกันว่า สรุปแล้วจีนเก่งหรือไม่เก่ง คำตอบคือทั้งสองอย่าง เพราะด้านกำลังซื้อจีนยังไม่ค่อยดี และในด้านการผลิต และเทคโนโลยีนั้น จีนเก่งมาก ธุรกิจจีนยังมีการแข่งขันสูงมาก ผลิตได้ในต้นทุนที่ถูกมาก และผลิตได้จำนวนมาก ดังนั้น ในเมื่อจีนผลิตมาก แต่ขายในประเทศไม่ค่อยได้ ก็เลยต้องส่งออกข้างนอก เลยเลือกขายในอาเซียน ซึ่งกระทบต่อธุรกิจไทย สินค้าแฟชั่น เฟอนิเจอร์ รวมถึงเคมีภัณฑ์ถูกตีตลาด
นายสันติธารกล่าวว่า 3.อาเซียนโดดเด่น ด้านหนึ่งสินค้าจากจีนจะเข้ามาตีตลาด แต่อีกด้านคือการลงทุนก็มาเหมือนกัน เพราะนักลงทุนมองว่าอาเซียนไม่เป็นศัตรูกับใครมากนัก จึงเลือกที่จะมาอาเซียนมากขึ้น แต่ต้องขีดเส้นใต้คำว่า อาเซียน เพราะถ้าดูแค่ในไทยนั้น ไทยยังไม่ใช่ตัวเอก ที่นักลงทุนเลือก อยู่แค่ระดับกลางๆ โดยที่เด่นๆคือ เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
นายสันติธารกล่าวอีกว่า สำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ มีการแข่งขันอย่างไรนั้น ส่วนตัวขอไฮไลต์ 3 สงครามคือ สงครามเทคโนโลยี (tech war) สงครามเศรษฐกิจสีเขียว (green war) และสงครามแย่งชิงคนเก่ง (talent war) โดยสงครามเทคโนโลยีก็เห็นว่ามีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ อย่าง เซมิคอนดักเตอร์ ชิป ที่ชัดเจนว่าสหรัฐปิดกั้นทุกอย่าง ไม่ให้จีนได้รับความรู้ หรือชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ของจีนตามหลัง สหรัฐพอสมควร และอีกเรื่องซอฟต์คือ Generative AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ ที่แม้แต่ในสหรัฐเองก็มีการแข่งขันระหว่างบริษัทใหญ่ๆ อาทิ กูเกิล ไมโครซอฟท์
สงครามเศรษฐกิจสีเขียว คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน ซึ่งด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อาทิ โซลาร์เซลล์ พลังงานลม นั้นจีนนำไปไกล และสหรัฐก็กำลังไล่ตามให้ทัน ด้วยการให้ชดเชยการลงทุน ชดเชยภาระทางภาษี (Tax credit) เพื่อดึงการลงทุนด้านพลังงานสะอาดกลับมาที่สหรัฐให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน ยุโรป ก็ออกมาแข่งขัน ในด้านกฎกติกา เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment) หรือ ซีแบม เป็นต้น
ส่วนสงครามแย่งชิงคนเก่ง เนื่องจากเรื่องการขาดแคลนคนเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทั้งเรื่องเทคโนโลยี และเรื่องสิ่งแวดล้อม คือการที่ต้องมีนักพัฒนาเก่งๆ ทำให้หลายๆประเทศมีการแย่งคน แรงงาน โดยการออกวีซ่าพิเศษ จูงใจให้คนมีทักษะ ในสายงานเทคโนโลยีให้เข้าไปในประเทศ
“สงครามทั้ง 3 สามเรื่องข้างต้น เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส แม้จะกลัวว่าเทคโนโลยีเอไอจะเข้ามาแทนที่คน แต่ถ้าดูโจทย์ของเมือไทยจะเห็นว่า ไทยเรามีปัญหาขาดคน เพราะฉะนั้น เอไออาจจะตอบโจทย์หลายๆ อย่างก็ได้ ส่วนเรื่องสงครามสีเขียว ถ้าไทยปรับตัวได้เร็วก็อาจมีโอกาสพลิกไปเป็นผู้นำในภูมิภาคได้ ส่วนเรื่องสงครามแย่งชิงคนเก่ง จริงๆ แล้ว เป็นTHAILAND GOT TALENT หรือไทยมีศักยภาพดึงดูดคนเก่งให้มาทำงานในไทย เมืองไทยน่าอยู่ ต่างชาติเริ่มมาส่งลูกมาเรียนไทย อาทิ ที่ภูเก็ต ดังนั้น ถ้าเราทำเรื่องวีซ่าเพิ่ม ก็จะเป็นการดึงดูด TALENT”นายสันติธาร กล่าว
นายสันติธารกล่าวอีกว่า ส่วนที่ว่าเมืองไทย เหมือนนักกีฬาสูงวัยนั้น อาการชัดเจนมาก อายุเฉลี่ยประชากรอยู่ที่ประมาณ 40 ปี ขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องเศรษฐกิจที่เติบโตชะลอ ตลาดในประเทศจะเล็กลง และการลงทุนที่มุ่งไปหา เวียดนาม อินโดนีเซียก่อน ทั้งหมด เป็นอาการของนักกีฬาสูงวัย สมรรถนะน้อยลง วิ่งช้าลง ไม่สามารถดูดึงแมวมองได้เหมือนก่อน
สมมุติว่าไทยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ถ้าเราไม่สามารถว่ายได้เร็วเหมือนนักกีฬาหนุ่มๆ เราควรจะมีบอร์ดในมือ และพอคลื่นมันมา เราก็โต้คลื่นนั้นไป นำเราไปหานำเราไปใกล้เส้นชัย หมายถึง เปรียบสงครามที่ว่ามา เหมือนคลื่นยักษ์ ถ้าเราขี่มันได้ เราก็มีโอกาสที่จะแซง เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็วจนเป็นดิสรัปต์ชั่น แต่ถ้าเราจับคลื่นทัน เราจะเป็นคนดิสรัปต์คนอื่น ถ้าโลกไม่มีคลื่นใหญ่ เราแซงคนอื่นไม่ได้ พอโลกมันมีคลื่นใหญ่เราเลยแซงได้

